
ไทยมีไฟฟ้าแต่ทำไม Data Center ต้องรอ? BGRIM ชี้กฎระเบียบคือคอขวด จี้ปลดล็อกไฟฟ้าเสรี รับเศรษฐกิจ AI
ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเปลี่ยนไฟฟ้าให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานแห่งยุคเอไอ BGRIM เดินเกมรุกจาก 96 เมกะวัตต์ สู่เป้าหมาย 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030 ดัน Energy Platform เชื่อม Smart Grid - LNG - Direct PPA ซีอีโอ “นพเดช กรรณสูต” ชี้โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การผลิตไฟฟ้า หากคือการปลดล็อกกติกาพลังงานที่มีอยู่สร้างมูลค่าได้เต็มศักยภาพ ทันความต้องการยุคใหม่
KEY
POINTS
- ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเปลี่ยนไฟฟ้าให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคเอไอ BGRIM เดินเกมรุกจาก 96 เมกะวัตต์ สู่เป้า 3,000 เมกะวัตต์ปี 2030
- ดัน Energy Platform เชื่อม Smart Grid - LNG - Direct PPA
- ซีอีโอ “นพเดช กรรณสูต” ชี้โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การผลิตไฟฟ้า หากคือการปลดล็อกกติกาพลังงานที่มีอยู่สร้างมูลค่าได้เต็มศักยภาพ
โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI สิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ได้มีเพียงพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟเวอร์ แต่คือ “ไฟฟ้า” ที่ต้องมีทั้งความมั่นคง คุณภาพสูง ราคาที่แข่งขันได้ และตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
นี่กำลังกลายเป็นโอกาสครั้งใหม่ของ “บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM” ที่มองไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า แต่กำลังขยับเข้าสู่การเป็น Energy Platform สำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
“โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสได้ถามถึงโอกาสทางธุรกิจของ BGRIM ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งทาง “นพเดช กรรณสูต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM เล่าว่า บริษัทวางเป้าหมายขยายกำลังการพัฒนาไปถึง 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2030
ปัจจุบัน BGRIM อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Data Center ขนาด 96 เมกะวัตต์ ในจังหวัดชลบุรี ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Digital Edge ในรูปแบบ Hyperscale Data Center
จุดที่สะท้อนศักยภาพของตลาดได้อย่างชัดเจนคือ กำลังการผลิตทั้ง 96 เมกะวัตต์มีลูกค้าจองเต็มแล้ว ขณะที่การก่อสร้างโครงการมีความคืบหน้ามากกว่า 50%
โครงการดังกล่าวแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส
- เฟสแรก 48 เมกะวัตต์ มีแผนเปิดดำเนินการภายในสิ้นปี 2569 นี้ เพื่อรองรับผู้ประกอบการ Data Center ประเภท Cloud
- เฟสสอง อีก 48 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงกลางปี 2570
แต่สำหรับ BGRIM โครงการ 96 เมกะวัตต์นี้ไม่ใช่ปลายทาง หากเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างธุรกิจใหม่
บริษัทตั้งเป้าขยายการพัฒนา Data Center ไปสู่ 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2030 โดยมองหาความร่วมมือทั้งจากพันธมิตรในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ EEC และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
“เราไม่ได้มอง Data Center เป็นเพียงลูกค้าไฟฟ้า แต่เรามองว่าเป็นโอกาสในการสร้างแพลตฟอร์มพลังงานรูปแบบใหม่”
ไฟฟ้า Data Center ต้องไม่สะดุด
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ BGRIM จะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่ แต่คือ จะทำอย่างไรให้ Data Center มีไฟฟ้าที่มั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง
โมเดลที่ BGRIM กำลังพัฒนาจึงเน้นการออกแบบ Smart Grid เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับความมั่นคงและคุณภาพของไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน BGRIM ยังมีความได้เปรียบจากการมีใบอนุญาต Shipper License สำหรับนำเข้า LNG จำนวน 1.2 ล้านตันต่อปีสามารถนำ LNG มาเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงสำหรับสร้างความมั่นคงของระบบ
โมเดลโรงไฟฟ้าจะผสมผสานทั้ง Conventional Energy เช่น ก๊าซธรรมชาติ Biomass และ Biogas ซึ่งทำหน้าที่เป็น Firm Energy เข้ากับพลังงานหมุนเวียน เป้าหมายคือสร้างระบบที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียง “ไฟฟ้าเขียว” แต่ต้องเป็นไฟฟ้าที่มั่นคงและมีราคาที่แข่งขันได้
โดย BGRIM มองไปถึงการพัฒนาโมเดล SPP-EG และ IPS หรือ Independent Power Supply รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Smart Grid ภายในนิคมอุตสาหกรรม
หัวใจอีกด้าน คือ Direct PPA ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรง และช่วยให้ต้นทุนไฟฟ้ามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
จากขายไฟ สู่ Energy Platform
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำแบบดั้งเดิม เพราะ BGRIM กำลังมองหา “รายได้ก้อนใหม่” จากระบบนิเวศของ Data Center และพลังงาน
นพเดช ยอมรับว่า รายได้จากธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับ Data Center ตั้งเป้าให้มีสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้รวม และจะทยอยเพิ่มขึ้นจนบรรลุเป้าหมายภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
โดยรายได้จะไม่ได้จำกัดอยู่ที่การขายไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมถึงการพัฒนา Energy Platform as a Service
หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการทำหน้าที่เป็น Load Aggregator เพื่อบริหารจัดการระบบไฟฟ้าและสายส่งร่วมกับพันธมิตรอย่าง "บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET"
ภาพของ BGRIM จึงกำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ขายไฟฟ้า” เป็น “ผู้บริหารจัดการพลังงาน” และก้าวสู่ “ผู้ให้บริการ Energy Platform” ซึ่งเป็นการขยับเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใหญ่ขึ้น
โอกาสจะเกิดจริงหรือไม่?
เมื่อภาคเอกชนเริ่มเห็นดีมานด์ Data Center อย่างชัดเจน คำถามสำคัญจึงย้อนกลับมาที่ภาครัฐว่า โครงสร้างตลาดไฟฟ้าของไทยพร้อมแค่ไหน?
สำหรับ BGRIM ปัญหาในเวลานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีไฟฟ้า” แต่คือ มีไฟฟ้าแล้ว แต่ระบบและกฎระเบียบยังไม่เปิดให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
"นพเดช" มองว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่สามารถสร้าง Quick Big Win ได้ก่อน นั่นคือการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและจุดแข็งด้านความมั่นคงทางพลังงานที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ก่อนที่จะเดินหน้าลงทุนหรือสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพิ่มเติม
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ คือ Regulation เพราะในบางพื้นที่มี ทั้ง โซลาร์เซลล์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Biomass หรือ พลังงานหมุนเวียน ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ แต่ติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้บางส่วนไม่สามารถนำมาใช้หรือจำหน่ายได้อย่างเต็มศักยภาพ
“วันนี้คอขวดอาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่กฎระเบียบ”
ถึงเวลาปลดล็อกตลาดไฟฟ้า?
ข้อเสนอสำคัญจาก BGRIM จึงพุ่งตรงไปที่โครงสร้างตลาดไฟฟ้าของประเทศไทย ปัจจุบันไทยยังอยู่ภายใต้ระบบ Enhanced Single Buyer Model หรือ ESB ซึ่งมีภาครัฐและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นแกนกลางในการรับซื้อไฟฟ้า
แต่ในวันที่ Data Center และ AI กำลังกลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ ความต้องการไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ไม่ได้ต้องการเพียง “ไฟฟ้าที่มีขาย” แต่ต้องการไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ทั้ง มั่นคง สะอาด ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีต้นทุนแข่งขันได้
นั่นทำให้ BGRIM ต้องการเห็นการเร่งปลดล็อก Direct PPA, Third Party Access (TPA) รวมถึงการปรับรูปแบบ Single Buyer ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
เพราะในมุมของภาคเอกชน โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีจำนวนมากมีความพร้อมอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องตามให้ทันคือ กติกา
เดิมพันใหญ่ 3,000 MW
จากโครงการ Data Center 96 เมกะวัตต์ที่ชลบุรี สู่เป้าหมาย 3,000 เมกะวัตต์ในปี 2030 เรื่องราวของ BGRIM จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายธุรกิจไฟฟ้า แต่เป็นการเดิมพันว่า “พลังงาน” จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังเศรษฐกิจ AI ของไทยได้มากเพียงใด
และคำถามสำคัญจากนี้อาจไม่ใช่ ไทยมีไฟฟ้าเพียงพอหรือไม่ ? แต่คือ ไทยจะเปิดระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอหรือไม่ เพื่อดึง Data Center และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าประเทศ ?
เพราะในเกมแข่งขันดึงดูด Data Center ระดับโลก ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจของประเทศ และ BGRIM กำลังพยายามวางตัวเองให้อยู่ตรงกลางของสมการนี้ ระหว่างพลังงาน เทคโนโลยี และเศรษฐกิจยุค AI.







