
Nvidia ปูพรมครองตลาด AI เบ็ดเสร็จ คาดรายได้ปีหน้าโตทะลุ 70%
เจนเซน หวง ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Nvidia มั่นใขรายได้ของบริษัทจะพุ่งทะยานสร้างสถิติใหม่ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 70% ในปีหน้า
เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ประกาศความมั่นใจในงาน Goldman Sachs ประเมินรายได้บริษัทปีหน้ามีโอกาสเติบโตสูงถึง 70% สยบความกังวลเรื่องคู่แข่งและภาวะอิ่มตัวของ AI
ตอกย้ำจุดยืนไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตชิป แต่เป็นรากฐานโครงสร้างพื้นฐานระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของระบบนิเวศ AI ทั่วโลก พร้อมปฏิเสธข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในการลงทุน
ท่ามกลางกระแสความกังวลของนักลงทุนว่า "ยุคทอง" ของ Nvidia อาจใกล้ถึงจุดอิ่มตัว เนื่องจากต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Microsoft และ Google ที่เริ่มหันมาพัฒนาชิปประมวลผลของตนเอง
รวมถึงห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำอย่าง Anthropic และ OpenAI ทว่า เจนเซน หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia กลับไม่แสดงความวิตกกังวลแต่อย่างใด
ในการขึ้นบรรยายบนเวทีงานสัมมนา Goldman Sachs Communacopia + Technology หวงได้แสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมอธิบายเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Nvidia จะยังคงทำสถิติเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีหน้า
เจนเซน หวงพยายามสลัดภาพลักษณ์เดิมที่คนทั่วไปมองว่า Nvidia เป็นเพียงผู้ผลิต GPU สำหรับคอมพิวเตอร์เกมมิ่ง โดยชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
"คนส่วนใหญ่มักติดภาพจำว่าเราแค่ผลิตชิปตัวเล็กๆ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เราสร้างนั้นใหญ่โตจนต้องใช้เครื่องบินในการขนส่ง" — เจนเซน หวง
เขาอธิบายรายละเอียดของระบบประมวลผลในปัจจุบันว่า มีความซับซ้อนและมูลค่าสูงกว่าในอดีตมาก
- มูลค่ามหาศาล: ระบบประมวลผลหนึ่งชุดมีมูลค่าสูงถึง 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไม่ใช่ราคา 399 ดอลลาร์เหมือนในอดีต)
- สเปกขั้นสูง: เป็นหน่วยประมวลผลที่เชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี NVLink ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 2 ล้านชิ้น
- การใช้พลังงาน: ใช้พลังงานสูงถึง 250,000 กิโลวัตต์ต่อระบบ
ปัจจุบัน ยอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อย่างระบบคอมพิวเตอร์ที่ผสาน Grace CPU 36 ตัว และ Blackwell GPU 72 ตัว อัตราการเติบโตสูงถึง 27% เมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน (Month-to-month)
คาดการณ์รายได้โต 70%
วิสัยทัศน์ของหวงสอดคล้องกับแนวทางที่บริษัทเคยประเมินไว้ในช่วงประกาศผลประกอบการที่ผ่านมา โดยเขาเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า รายได้ของ Nvidia ในปีหน้ามีโอกาสเติบโตแบบปีต่อปี (YoY) สูงถึง 70%
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า หาก Nvidia ปิดปีงบประมาณปัจจุบันด้วยรายได้ราว 4 แสนล้านดอลลาร์ การเติบโต 70% จะส่งผลให้รายได้พุ่งทะยานไปแตะระดับ 6.8 แสนล้านดอลลาร์ ในปีหน้าทันที
ความมั่นใจของซีอีโอ Nvidia เกิดจากการที่บริษัทฝังรากลึกลงไปในทุกส่วนของระบบนิเวศ AI ดังนี้
- ใช้งานโดยห้องปฏิบัติการชั้นนำ: โมเดล AI ทุกตัวรันบนระบบของ Nvidia ทั้งจาก Anthropic, OpenAI, Google และโมเดลแบบ Open-weight
- รู้ความเคลื่อนไหวทั่วโลก: เครือข่ายของ Nvidia ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตหน่วยความจำ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไปจนถึงสตาร์ทอัพ ทำให้บริษัทรับรู้ถึงการใช้พลังงาน แผนขยายพื้นที่ และทิศทางของอุตสาหกรรม
- พันธมิตรที่แข็งแกร่ง: การทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหม่ (Neoclouds), ผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEMs) และบริษัท AI-native ทำให้ Nvidia กุมความได้เปรียบด้านข้อมูลเชิงลึก
สยบข้อครหา "ผลประโยชน์ทับซ้อน"
หนึ่งในประเด็นร้อนคือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่ Nvidia เข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพเพื่อให้บริษัทเหล่านั้นนำเงินกลับมาซื้อฮาร์ดแวร์ของตนเอง (คล้ายกรณีของ Lucent Technologies ในอดีต)
เจนเซน หวงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า "มันไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเราใส่เงินลงทุนเข้าไปเพียงนิดเดียว แต่ได้ผลตอบแทนกลับมามหาศาล" หวงยังกล่าวติดตลกว่า หากลงทุน 1 ดอลลาร์แล้วได้กลับมา 100 ดอลลาร์ บริษัทก็ควรทำแบบนี้ให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ซีอีโอ Nvidia ยอมรับว่าการเติบโตของ AI ในยุคนี้ขับเคลื่อนโดยสตาร์ทอัพกลุ่ม AI-native ที่ทุ่มเม็ดเงินสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่จุดอิ่มตัว บริษัทต่างๆ จะเริ่มหันมาเน้นการบริหารจัดการต้นทุนให้คุ้มค่ามากขึ้น
แต่ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า Nvidia ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของอุตสาหกรรม AI และกุมความได้เปรียบที่ยากจะมีใครเทียบเคียงได้อย่างน้อยไปจนถึงปีหน้า







