
กมธ.พลังงาน หนุนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ำรัฐต้องคุมเข้ม!
คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา หนุนไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมจี้รัฐบาลวางระบบคุมเข้ม ไม่ผลักภาระประชาชน
9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา นำโดยนายเพิ่มพร ทองศรี ประธาน กมธ. แถลงถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการศูนย์ข้อมูลดิจิทัล (Data Center) โดยระบุว่า การลงทุนขนาดใหญ่ระดับประเทศจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงมาก และต้องการเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง การขยายตัวของการลงทุนจึงส่งผลให้ประเทศต้องเตรียมพร้อมทั้งระบบผลิต ระบบส่ง สถานีไฟฟ้า และระบบสำรองเพื่อความมั่นคง
กมธ.การพลังงาน เห็นว่า หากการลงทุนส่งผลให้เกิดการขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพิ่มเติม รัฐบาลต้องมีกลไกกำหนดให้ผู้ลงทุนร่วมรับผิดชอบต้นทุนอย่างเหมาะสม ไม่ควรกระจายภาระมายังภาคประชาชน พร้อมเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อน 5 ข้อสำคัญ ดังนี้
1.จัดทำ Power Map: เร่งกำหนดแผนที่แสดงศักยภาพระบบไฟฟ้าเพื่อระบุพื้นที่พร้อมรองรับและพื้นที่ที่มีข้อจำกัด
2.กำหนดเกณฑ์รับผิดชอบต้นทุน: ให้ผู้ลงทุนร่วมจ่ายค่าโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนระบบไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ
3.ส่งเสริมพลังงานสะอาด: เร่งพัฒนากลไก Direct PPA, Wheeling Charge และ UGT เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
4.สะท้อนต้นทุนจริง: กำหนดอัตราค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อย่างโปร่งใส ป้องกันการอุดหนุนข้ามกลุ่มที่ไม่เป็นธรรม
5.คุมประสิทธิภาพพลังงาน: กำหนดมาตรฐาน PUE เพื่อให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าที่สุด
สำหรับข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน กมธ.พลังงาน ชี้ว่า ไม่ควรรีบสรุปว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะทำให้ค่าไฟแพงขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างระบบป้องกันไม่ให้เกิดการผลักภาระ โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากใคร และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งนี้ สภาฯ ยังคงสนับสนุนให้ประเทศไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นระบบ แต่ย้ำชัดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องไม่แลกมาด้วยภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของประชาชนในประเทศ







