posttoday
10 สมาคมเหล็กไทยร้องนายกฯ ป้อง กมอ. หลังถูกกลุ่มทุนเตา IF ส่งจม.ข่มขู่

10 สมาคมเหล็กไทยร้องนายกฯ ป้อง กมอ. หลังถูกกลุ่มทุนเตา IF ส่งจม.ข่มขู่

17 กรกฎาคม 2569

10 สมาคมเหล็กไทยยื่นจดหมายถึงนายกฯ ขอความคุ้มครองให้ข้าราชการและ กมอ. หลังถูกกลุ่มทุนเตา IF ข่มขู่ฟ้องร้อง จากมติยกระดับมาตรฐาน มอก.24 เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ

KEY

POINTS

  • กลุ่ม 10 สมาคมผู้ผลิตเหล็กไทยได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้คุ้มครองคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) และเจ้าหน้าที่รัฐ จากการถูกกลุ่มทุนผู้ผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำ (IF) ข่มขู่และกดดันทางกฎหมาย
  • ชนวนเหตุเกิดจากมติของ กมอ. ที่ยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อย (มอก. 24) ฉบับใหม่เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ โดยกำหนดให้ใช้กระบวนการผลิตจากเตา BOF หรือ EAF เท่านั้น ซึ่งเป็นการตัดกระบวนการผลิตจากเตา IF ที่มีข้อจำกัดด้านคุณภาพออกไป
  • สมาคมฯ เรียกร้องให้รัฐบาลยืนหยัดเคียงข้างเจ้าหน้าที่ และเดินหน้าบังคับใช้มาตรฐานใหม่ เพื่อปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการแทรกแซงของกลุ่มผลประโยชน์

ตัวแทนจากกลุ่ม 10 สมาคมผู้ผลิตเหล็กไทย ซึ่งครอบคลุมผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยา ธุรกิจเหล็ก และห่วงโซ่อุปทานรวมกว่า 500 บริษัททั่วประเทศ นำโดย นายนาวา จันทนสุรคน ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (สำเนาเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน)

 

เพื่อขอความอนุเคราะห์สนับสนุนและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) และข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงเลขานุการคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา 84/1 จากพฤติกรรมกดดันและข่มขู่เชิงกฎหมายโดยกลุ่มผลประโยชน์ ภายหลัง กมอ. มีมติยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อยเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ

 

ชนวนเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจาก กมอ. มีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต มอก. 24 ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้กระบวนการผลิตเหล็กแท่งสำหรับทำเหล็กข้ออ้อย ต้องใช้กรรมวิธีเตาเบสิกออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace: BO/BOF) หรือกรรมวิธีเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF/EAF) เท่านั้น

 

ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น JIS G3112-2025 ของญี่ปุ่น, GB 1499.2-2024 ของจีน, BS 4449-2005 (A3-2016) ของอังกฤษ และ ISO 15630-1:2019

 

ตลอดจนสามารถรองรับกฎข้อบังคับ มยผ. 1301/1302-61 ด้านการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงตอบโจทย์นโยบายประหยัดพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่เหล็กสีเขียว (Green Steel)

 

ทว่ากลุ่ม 10 สมาคมฯ กลับพบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลใจยิ่ง เมื่อสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ได้จัดส่งหนังสือเชิงกดดันคุกคามไปยังกรรมการ กมอ. เป็นรายบุคคล โดยระบุในลักษณะข่มขู่ว่าการลงมติใดๆ ของผู้แทนหน่วยงาน จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายขนานใหญ่ในทางพินิจกฎหมาย

 

ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการสร้างความหวั่นเกรงให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งที่ปฏิบัติงานอย่างถูกต้องตามกรอบกฎหมาย

 

ทางกลุ่ม 10 สมาคมฯ ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงทางวิชาการและปัญหาในกระบวนการร่าง มอก. ที่ผ่านมาว่า ทางสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าได้พยายามทักท้วงในชั้นคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84/1 มาโดยตลอด เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคของเตา IF ที่ทำให้คุณภาพเหล็กมีความไม่สม่ำเสมอ และเสนอให้ตัดกระบวนการนี้ออกจาก มอก. 24 เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ แต่กลับถูกละเลยและเพิกเฉยโดยเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ ที่เร่งรีบสรุปมติโดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน 

 

ทั้งที่ร่าง มอก. เหล็กข้ออ้อยฉบับใหม่นี้ มีการยกระดับคุณสมบัติทางกลที่สูงขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก เช่น การปรับเพิ่มความต้านแรงดึงที่จุดครากจากเกรดสูงสุดเดิม 490 MPa เป็น 785 MPa (เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60) ลดเกณฑ์ธาตุมลทินฟอสฟอรัสและกำมะถันลงจากไม่เกินร้อยละ 0.05 เหลือไม่เกินร้อยละ 0.035 (ลดลงถึงร้อยละ 30) ตลอดจนกำหนดการควบคุมค่าอัตราส่วนครากที่ไม่เคยคุมมาก่อน และห้ามใช้กรรมวิธีชุบแข็งผิว (Tempcore)

 

ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ประเทศจีนประกาศยกเลิกและสั่งห้ามผลิตเหล็กเส้นด้วยเตา IF ทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2560 นอกจากนี้ ผลการศึกษาของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAISI) ยังทำให้สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน (AISC) มีมติส่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยัง 6 ประเทศสมาชิก รวมถึงประเทศไทย ให้จำกัดการใช้เหล็กจากเตา IF ในงานก่อสร้างที่ไม่ใช่โครงสร้างสำคัญ และพิจารณาลดหรือเลิกใช้ในระยะยาว

 

สำหรับข้อกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ประกอบการเตา IF ที่ระบุว่า การสั่งห้ามดังกล่าวจะกระทบต่อราคาเหล็กและการจ้างงานนั้น ทางกลุ่ม 10 สมาคมฯ ยืนยันว่าเป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผลรองรับ 

 

เนื่องจากในความเป็นจริง ผู้ผลิตระบบ IF ยังคงสามารถแข่งขันได้ในตลาดเหล็กเส้นกลมตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ซึ่งใช้ในสิ่งก่อสร้างขนาดเล็ก

 

อีกทั้งเหล็กข้ออ้อยยังเป็นสินค้าควบคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนกรณีการปรับปรุงขบวนการผลิต ผู้ผลิตเตา IF ที่ยังไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Refining Furnace) ก็สามารถปรับตัวมาใช้วิธีนำเข้าเหล็กแท่ง (Billet) คุณภาพสูงที่มีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่เป็นจำนวนมากในตลาดโลก เช่น จีนและญี่ปุ่น มาใช้ในการแปรรูปได้ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มเตา IF ตัดลดกระบวนการปรุงน้ำเหล็กออกไปในอดีต ถือเป็นการส่งมอบสินค้าที่ "คุณภาพไม่ครบถ้วน" เพื่อลดต้นทุนพลังงานและอุปกรณ์ แล้วนำมาตัดราคาขายสร้างผลกำไรมหาศาล บนความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริโภค

 

ในท้ายที่สุดนี้ กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กไทยและเครือข่ายพันธมิตรกว่า 500 บริษัท จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม โปรดดำเนินมาตรการป้องปรามพฤติกรรมเชิงข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐจากกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

ซึ่งอาจใช้กลไกทางอิทธิพลและอำนาจทางการเงินที่สะสมมานานมาแทรกแซงกระบวนการพิจารณา พร้อมทั้งขอหน่วยงานภาครัฐในการยืนหยัดเคียงข้างข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้มาตรฐาน มอก. 24 ฉบับใหม่ ให้สำเร็จลุล่วง อันจะเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์และสวัสดิภาพความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

10 สมาคมเหล็กไทยร้องนายกฯ ป้อง กมอ. หลังถูกกลุ่มทุนเตา IF ส่งจม.ข่มขู่

10 สมาคมเหล็กไทยร้องนายกฯ ป้อง กมอ. หลังถูกกลุ่มทุนเตา IF ส่งจม.ข่มขู่