
กรมการปกครองแจงปมแก้กฎหมายสัญชาติ ยันรัดกุมและไม่เปิดช่องต่างด้าว
กรมการปกครอง ประทรวงมหาดไทย แจงปมแก้กฎหมายสัญชาติ ชี้เป็นเพียงขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ยันไม่เปิดช่องต่างด้าวเล่นการเมือง
KEY
POINTS
- กรมการปกครองชี้แจงว่าการเสนอแก้กฎหมายสัญชาติมี 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ แก้ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ, ปรับถ้อยคำให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม และให้สิทธิอาศัยแก่ผู้เคยเสียสัญชาติไทย ไม่ใช่การเปิดช่องให้ต่างด้าวเข้ามามีบทบาททางการเมือง
- กระบวนการแก้ไขกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเพียงแค่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และยังไม่ได้ถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภา
- ยืนยันว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาให้สัญชาติไทยในปัจจุบันมีความรัดกุม โดยยึดหลักความมั่นคงของประเทศควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชน และมีมาตรการป้องกันการทุจริตที่เข้มงวด
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ออกเอกสารชี้แจงกรณีสื่อโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก NEWS1 นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความกังวลว่า รัฐบาลจะแก้ไขกฎหมายสัญชาติเพื่อเปิดทางให้ต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยใหม่เข้ามามีบทบาททางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยทางกรมการปกครองระบุว่า
ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอย่างมาก พร้อมอธิบายว่าการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เพื่อแก้ไขปัญหาใน 3 ประเด็นสำคัญ ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่เพียงแค่ขั้นตอนเริ่มต้นในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ถึงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569) เท่านั้น เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรี หรือสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นการแก้ไขกฎหมายทั้ง 3 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นแรก คือการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยให้ถือว่าบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535) "เป็นการได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิด" เพื่อลบข้อจำกัดบางประการ เช่น สิทธิการประกอบอาชีพและสิทธิทางการเมือง เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแนวทางนี้ได้รับการสนับสนุนในเชิงวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประเด็นที่สอง คือการปรับปรุงถ้อยคำเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเปลี่ยนคำว่า "หญิง" "ชายหรือหญิง" เป็น "คน" "บุคคล" และเปลี่ยน "ภริยา หรือสามี" เป็น "คู่สมรส"
และประเด็นสุดท้าย คือการกำหนดสิทธิอาศัยให้กับบุคคลที่เคยเสียสัญชาติไทย (เช่น สละสัญชาติ เสียสัญชาติ หรือถูกถอนสัญชาติ เนื่องจากไปอาศัยในต่างประเทศ) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติในประเทศไทย หลังพบว่าคนกลุ่มนี้ประสบความยากลำบากในการเดินทางกลับประเทศ
กรมการปกครองเน้นย้ำว่า การพิจารณาให้สัญชาติไทยในปัจจุบันมีหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัดกุมอย่างยิ่ง มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และมีการจัดตั้ง "คณะทำงานต่อต้านความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.)" เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีทางอาญาและวินัยขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหากพบการทุจริต
ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวยังยึดหลักความมั่นคงของประเทศควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชน และยืนยันว่าไม่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้บุคคลต่างด้าวเข้ามามีบทบาททางการเมืองตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน







