posttoday
สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

11 มิถุนายน 2569

“ธีระชาติ” พรรคประชาชน สับโครงการ TH-AI Passport ไม่ยั่งยืน-ส่อฮั้ว ย้อนถาม “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน” หรือไม่ แนะรัฐใช้เงินให้คุ้มค่า

11 มิ.ย. 2569 ธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านและทีมนโยบายดิจิทัลพรรคประชาชน เปิดเผยหลังร่วมสังเกตการณ์ในเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

 

ธีระชาติกล่าวว่า โครงการนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนมีข้อกังวลใหญ่ 2 ประเด็นหลักที่ต้องตั้งคำถามแทนพี่น้องประชาชน

 

(1) ความโปร่งใส เมื่อดู TOR ของโครงการน่าสงสัยว่าส่อไปในทางล็อกสเปกและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างน่าเกลียด เพราะ TOR กำหนดเงื่อนไขว่าบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลต้องเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนได้ภายใน 30 วันหลังจากทำสัญญาโครงการระดับ 1,621 ล้านบาท และต้องพร้อมให้บริการภายใน 90 วันหลังจากเซ็นสัญญา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แทบเป็นไปไม่ได้ บริษัทที่จะทำได้ ต้องรู้หรือเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ หรือนี่จะเป็นการ “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน” หรือไม่

 

นอกจากนี้การยกระดับสเปกอย่างกระโดดจาก 139 TPS (Transactions Per Second) ขึ้นไปเป็น 5,000 TPS ถือเป็นการเพิ่มความสามารถขึ้นหลายเท่าตัว หาก TOR กำหนดขั้นต่ำไว้ระดับหนึ่ง แต่ผู้รับสัญญาเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงกว่ามาก ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงต้นทุนที่แท้จริงและส่วนต่างมหาศาลที่เกิดขึ้น ซึ่งเงื่อนไขเช่นนี้ คงมีแต่บริษัทใหญ่สายป่านยาวกลุ่มเดิมๆ เท่านั้นที่จะเข้ามารับงานได้ เป็นการกีดกันรายย่อยหรือไม่

สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

(2) ความคุ้มค่า โครงการนี้สะท้อนแนวคิดของรัฐบาลที่ “เช่าจมูกคนอื่นหายใจ” เงินก้อนนี้ใช้แล้วหมดไปภายในแค่หนึ่งปี โดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลมักพูดถึงการผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล แต่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการและกลุ่ม Startup สัญชาติไทยกลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่รัฐสามารถสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยได้โดยเริ่มจากการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงประสิทธิภาพภาครัฐของไทย 

 

หากเรานำงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทจากโครงการนี้ ไปเปลี่ยนเป็นการตั้งกองทุนสนับสนุนโดยมุ่งเน้นการสนับสนุนดิจิทัลที่ไปจับคู่กับอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ เช่น เทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech), เทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ (HealthTech), เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว (TravelTech) พัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ (GovTech) เม็ดเงินนี้จะหมุนเวียนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนกว่ามาก เงินจำนวนนี้สามารถสร้างประสิทธิภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับประเทศ 

สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

ธีระชาติกล่าวว่า รมว.ดีอี อ้างว่าโครงการนี้จะยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศ แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่ยาสารพัดนึกที่จะเสกความเจริญให้ประเทศได้ และไม่ใช่ว่าเราไม่เห็นด้วยกับ AI แต่ท่านควรลงรายละเอียด ไม่ใช่เอะอะอยากได้อะไรก็ใช้วิธีซื้อเอาแล้วคิดว่ามันจะแก้ปัญหาได้ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ไม่ได้เก่งเพราะซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูป แต่เพราะเขาลงทุนในคน ในศูนย์วิจัย สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ยั่งยืน นั่นต่างหากคือสิ่งที่งบ 1,600 ล้านบาทควรทำ” 

สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

นอกจากนี้ที่ท่านเคยกล่าวในสภาฯ ว่ารัฐดีลตรงไม่ได้ สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ดีว่าสามารถทำได้ และไม่ใช่แค่นั้น บริษัท AI ระดับโลกเลือกมาลงทุนในสิงคโปร์กว่า 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สร้างงานวิจัย สร้างอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เรื่องนี้รัฐมนตรีก็ยังไม่เคยตอบว่าทำไมท่านจึงเข้าใจผิดได้มากถึงเพียงนี้

 

“การทำโครงการนี้ไม่ต่างอะไรกับการซื้อรองเท้าพรีเมียมแจกห้าล้านคู่แล้วบอกว่าทุกคนจะมีสุขภาพดี แถมแทนที่จะอุดหนุนสร้างอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในประเทศ กลับอุดหนุนนายหน้าเพื่อไปซื้อของมาขายอีกต่อ” 

 

ธีระชาติกล่าวว่า อีกเรื่องที่น่าผิดหวังคือกระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความเห็นวันนี้ ดูเป็นเพียง “พิธีกรรม” มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมระดมสมอง ออกข่าวประชาสัมพันธ์ใหญ่โต แต่ขณะเดียวกันกลับออกมายอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว และอย่างไรก็จะเดินหน้าโครงการนี้

 

ธีระชาติกล่าวต่อไปว่า หวั่นใจว่าเราจะได้เห็นโครงการลักษณะนี้อีกมากภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน โครงการที่เอาเงินภาษีที่ประชาชนจ่ายทุกบาทอย่างเหนื่อยยาก ไปละเลงกับโครงการที่ไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ ไม่มีความยั่งยืน เป็นเพียงเค้กก้อนโตที่แบ่งกันในกลุ่มพวกพ้องกลุ่มทุนสีน้ำเงิน

 

สิ่งที่พรรคประชาชนกังวลคือมันจะไม่หยุดแค่โครงการนี้ นี่คือวัฏจักรที่จะวนซ้ำไปเรื่อยๆ เริ่มจากออกแบบโครงการที่ไม่สมเหตุสมผล เขียน TOR ล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง พอถูกตั้งคำถามก็จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อลดกระแส เมื่อมีใครลุกขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็ไล่ให้ไปฟ้องศาล ฟ้ององค์กรอิสระที่สังคมกังขาว่าถูกระบอบสีน้ำเงินค่อยๆ กินรวบ สุดท้ายไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วก็วนกลับมาทำแบบเดิมกับโครงการหน้า


 


"วัฏจักรเช่นนี้จะกัดกินสังคมไทยในระยะยาว การใช้เงินไปกับโครงการแบบนี้เสมือนการปล้นความฝันของคนไทยทั้งอุตสาหกรรมเอาไปให้กลุ่มนายทุนกลุ่มนายหน้าผูกปิ่นโตสีน้ำเงิน สร้างค่านิยมที่บอกกับคนรุ่นใหม่ว่าต่อให้เด็กไทยที่มีความสามารถ ขยัน และพยายามอย่างยิ่งที่จะเอาชนะด้วยการพัฒนาตัวเอง ก็จะไม่มีวันชนะระบบเส้นสายหรือระบบอุปถัมป์ ที่สนใจเพียงแค่ว่าคุณเป็นลูกใคร คุณสนิทกับกลุ่มไหน มากกว่าคุณมีนวัตกรรมอะไรที่จะทำให้ประเทศนี้ก้าวไปข้างหน้า ท้ายที่สุด ประเทศไทยจะไม่สามารถสร้างรากฐานที่เข้มแข็งได้” 

สับโครงการ TH-AI Passport “เซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวาน”?

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ถือหุ้น VGI เกิน 5% ไม่รายงานตามกฎหมาย

ก.ล.ต. กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ถือหุ้น VGI เกิน 5% ไม่รายงานตามกฎหมาย