
รวบ "ยากูซ่า" บอสคอลเซ็นเตอร์คาสุวรรณภูมิ หลอกเหยื่อสูญกว่า 200 ล้านบาท
ACSC ผนึกกำลังตำรวจญี่ปุ่น รวบยากูซ่ารายใหญ่คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังกบดานและสั่งการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกลวงเหยื่อ 40 คดี เสียหายกว่า 200 ล้านบาท
7 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เนื่องจากนายทาคาฟุมิเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12(7) ที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือมีหมายจับจากต่างประเทศ ซึ่งถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เรียบร้อยแล้ว
เปิดพฤติการณ์ "บอสใหญ่" บงการข้ามชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากในระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ ACSC ได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ จัดปฏิบัติการ 3rd Joint Surge Week เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากการปฏิบัติการดังกล่าว ศูนย์ ACSC ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ให้ช่วยติดตามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายมหาศาล โดยทางการญี่ปุ่นสืบทราบว่า องค์กรยากูซ่าอยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีนายทาคาฟุมิเป็นผู้สั่งการ
กลโกง 3 ขั้น ลวงเหยื่อผ่านมือถือ
ขั้นแรก :'ใช้ระบบเสียงอัตโนมัติแอบอ้างเป็นบริษัทโทรคมนาคม NTT แจ้งว่าสายกำลังจะถูกตัด ให้กด 1 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่
ชั้นที่สอง : เมื่อเหยื่อกด 1 ระบบจะโอนสายให้ทีมแนวหน้าหลอกถามข้อมูลส่วนตัว
ชั้นที่สาม : ส่งต่อให้ทีมหลอกเป็นตำรวจและอัยการ ข่มขู่ว่าเหยื่อพัวพันกับยากูซ่า บังคับให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวยังสร้างโปรไฟล์รับสมัครงานปลอมเพื่อล่อลวงคนจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะบังคับขึ้นเครื่องบินมาลงที่กรุงพนมเปญ เพื่อกักขังและบังคับให้ทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ โดยในปี 2024 เครือข่ายนี้ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านเยน หรือกว่า 200 ล้านบาทไทย
นาทีระทึกรวบตัวคาเคาน์เตอร์เช็กอิน
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายทาคาฟุมิได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงคดี และกำลังเตรียมใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อบินต่อไปยังประเทศที่สาม เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวในสนามบินสุวรรณภูมิ
จนกระทั่งพบนายทาคาฟุมิปรากฏตัวที่เคาน์เตอร์เช็กอินในนาทีสุดท้ายก่อนเคาน์เตอร์ปิด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวแจ้งเพิกถอนสิทธิการพำนักและควบคุมตัวส่งห้องกัก สตม. เพื่อเตรียมผลักดันกลับไปรับโทษที่ประเทศญี่ปุ่น
เตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อกลโกง
ศูนย์ ACSC ได้ฝากเตือนภัยถึงประชาชนใน 2 ประเด็นสำคัญ:
กลโกงรับสมัครงาน: ระวังประกาศงานออนไลน์ต่างประเทศที่อ้างว่า "รายได้สูง งานสบาย เดินทางฟรี" เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ขอให้ตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง
กลโกงคอลเซ็นเตอร์: หากได้รับสายอัตโนมัติหรือบุคคลอ้างเป็นตำรวจ อัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่าบัญชีพัวพันคดีและให้โอนเงินตรวจสอบ ให้ตั้งสติและ "ตัดสายทิ้งทันที" เพราะหน่วยงานรัฐของไทยไม่มีนโยบายโทรไปข่มขู่หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อตรวจสอบ







