
ยังไม่ได้ข้อสรุป ลงดาบ เฟซบุ๊ก ปมไลฟ์อนาจาร เหตุปิดกั้นก่อน 24 ชั่วโมง
กฎหมายยังมีช่องโหว่ ดีอี ยังเอาผิด เฟซบุ๊ก ไม่ได้ "ไชยชนก" เผย เตรียมหารือพรุ่งนี้อีกรอบ เพื่อพิสูจน์เจตนา ชี้ ฟังไม่ขี้น หลังอ้าง คอนเท็นต์หลบ AI เล็งแก้กฎหมายเข้ม
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจารผ่าน เฟซบุ๊ก หลังจากได้หารือร่วมกับ META คุณ Clara Koh Director of Public Policy, Central Southeast Asia & ASEAN ว่า ทาง META ไม่สามารถมานั่งร่วมแถลงข่าวได้ เนื่องจากผิดนโยบายของบริษัทของ META
โดยกระทรวงดีอี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการร่วมกันตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา โดยวันนี้ (25 พ.ค.2569) ได้มีการประชุมร่วมกับ META และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ต้องรอการชี้แจงจาก META ว่าได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งตาม พระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 15 ระบุให้เจ้าของแพลตฟอร์มดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องมีการปรับกฎหมายให้เข้มข้นมากกว่านี้
META ยืนยันว่า ได้มีการเรียกประชุมระดับโลก ว่าจะมีมาตรการเข้มข้นกว่านี้ โดยพรุ่งนี้ (26 พ.ค.2569) จะหารือกับ META อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุผลที่ META ชี้แจงมาว่า มีการแทรกคอนเท็นต์ที่ไม่ผิดต่อนโยบายของคอนเท็นต์เข้ามาระหว่างการไลฟ์ ทำให้ AI จับไม่ได้ ต้องเรียนตามตรงว่า ฟังไม่ขึ้น และไม่ได้หมายความว่า เอาผิดกับ เฟซบุ๊ก ไม่ได้ ต้องดูว่า อัลกอลิทึ่ม ของ เฟซบุ๊ก มีช่องให้ดำเนินคดี ซึ่งต้องหารือกับทีมกฎหมายให้รอบคอบด้วย
นายไชยชนก กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้ต้องขยายการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมไปถึงการเร่งแก้ไขเอาผิดเจ้าของแพลตฟอร์มที่ละเลยและปล่อยให้ผู้ใช้งานถูกหลอกลวงเสียเงินตามพ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ด้วย เพราะพบว่ามีการแนบลิงก์ฟิชชิ่งดูดข้อมูล และมีการตัดคลิปไปแปะในเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางของกระบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนด้วย
ด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบการไลฟ์สดลักษณะอนาจารรวม 5 บัญชี ทำให้รูปแบบเป็นขบวนการ แบ่งเป็น 3 บัญชีในวันเสาร์ ที่ 23 พ.ค. และอีก 2 บัญชีในวันอาทิตย์ ที่ 24 พ.ค. โดยทั้งหมดเป็นบัญชีอวตาร ใช้รูปบุคคลหน้าตาดีเป็นโปรไฟล์เพื่อดึงดูดผู้ชม ซึ่งทาง META ได้เห็นคอนเทนต์นี้แล้ว แต่ บริษัทMETA ยังตอบไม่ได้ว่า ผู้เผยแพร่ต้นทางไลฟ์อยู่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และถ้าเกี่ยวอยู่ในต่างประเทศ ตำรวจไทยจะประสานกับตำรวจสากลเพื่อดำเนินการเอาผิด แต่ยอมรับว่าบางประเทศไม่ได้มีกฎหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปลักษณะดังกล่าว แต่ถ้าผู้เผยแพร่ต้นทางอยู่ในประเทศไทยก็จะมีความผิดตามกระบวนการที่ตำรวจจะตรวจสอบอีกที
ส่วนเป้าหมายของเผยแพร่คลิปไลฟ์ตามประสบการณ์ของตำรวจเห็นว่า อาจโยงหรือหวังผลต่อการชวนผู้ชมเข้าเล่นพนันออนไลน์ หรือ เอาไลฟ์ไปผลิตเป็นคลิปเผยแพร่ซื้อขายในออนไลน์ หวังผลประโยชน์กันเพิ่มเติม ไม่ใช่การกระกระทำแบบลักษณะบุคคล เป็นความจงใจทำกันเป็นขบวนการ และเป็นลักษณะฟิชชิ่งเพื่อหลอกเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ไลฟ์และผู้เผยแพร่มีความผิดตาม มาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่นำข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้แชร์ต่อก็เข้าข่ายความผิดเช่นกัน พร้อมเตือนว่า อย่าหลงเข้าไปดูคอนเทนต์จากลิงก์ที่ถูกแชร์ต่อ เพราะอาจเป็นการฟิชชิ่งเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์







