
วิกฤต "ปลาหมอคางดำ" ลามทะเลพัทยา ย้อนรอยหายนะทำลายเผ่าพันธุ์ปลาท้องถิ่น
วิกฤต "ปลาหมอคางดำ" ลามทะเลพัทยา ย้อนรอยหายนะเผ่าพันธุ์ปลาท้องถิ่นส่อล่มวลาย ตอกย้ำความล้มเหลวในการควบคุมประชากรเอเลี่ยนสปีชีส์ ขณะที่ผลสอบสวนต้นตอยังคลุมเครือ
ตะลึง! ปลาหมอคางดำบุกหาดพัทยา
13 พ.ค. 2569 มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากนักตกปลาบริเวณ ชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี ที่แสดงให้เห็นฝูง ปลาหมอคางดำ จำนวนมหาศาลว่ายวนอยู่ริมชายหาด การทอดแหเพียงครั้งเดียวสามารถจับปลาชนิดนี้ได้นับร้อยตัว สะท้อนถึงการปรับตัวที่น่ากลัวของสายพันธุ์นี้ที่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำเค็มจัดได้เป็นเวลานาน
รศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาทางทะเล ระบุว่าการพบที่พัทยาคือ "ขั้นที่ 3" ของการระบาด คือการอพยพเลาะชายฝั่งเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ หลังจากประชากรในคลองและป่าชายเลนหนาแน่นเกินขีดจำกัด ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจในทะเล เช่น ปลากระบอก และปลาโขด
ย้อนรอย 16 ปีแห่งการเพิกเฉย : จากฟาร์มวิจัยสู่หายนะระดับชาติ
วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นบาดแผลเรื้อรังที่เริ่มต้นจากการนำเข้าปลาสายพันธุ์นี้เพื่อการวิจัยเมื่อปี 2553 โดยบริษัทเอกชนรายใหญ่เพียงรายเดียว ข้อมูลจากการไต่สวนของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุการระบาดฯ พบว่ามีช่องโหว่สำคัญในขั้นตอนการทำลายซากปลาหลังปิดโครงการวิจัย ซึ่งกรมประมงระบุว่าไม่ได้รับซากปลาตามระเบียบ ขณะที่เอกชนยืนยันว่าได้ส่งมอบแล้ว โดยมีไทม์ไลน์การระบาดดังนี้
ปี 2560 : เริ่มพบการระบาดรุนแรงในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม และเพชรบุรี
ปี 2567 : สถานการณ์บานปลายสู่ 16 จังหวัด รัฐบาลประกาศให้เป็น "วาระแห่งชาติ"
ปี 2568 : ตัวแทนเกษตรกรจาก 19 จังหวัด เดินขบวนเรียกร้องให้รัฐฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุ แต่ผลสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงเกษตรฯ กลับระบุว่า "ไม่พบหลักฐานยืนยันต้นตอการระบาด"
ระบบการจัดการที่ล้มเหลวในสายตา "กสม."
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เปิดเผยผลสอบชี้ชัดว่า กรมประมงละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่มีมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม แม้จะมีการใช้งบประมาณมหาศาลในการรับซื้อปลาไปทำปุ๋ยหมักหรือน้ำมันไบโอดีเซล แต่จำนวนปลาที่กำจัดไปกว่า 7,300 ตัน กลับดูเหมือนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับอัตราการแพร่พันธุ์ที่รวดเร็ว
มาตรการปัจจุบัน : วัวหายล้อมคอก?
ปัจจุบัน กรมประมงยังคงเดินหน้าแผนปฏิบัติการ ด้วยการปล่อย "ปลานักล่า" เช่น ปลากะพงขาว และปลาชะโด เพื่อควบคุมประชากร แต่ในพื้นที่เปิดอย่างชายหาดพัทยาหรือทะเลลึก มาตรการเหล่านี้กลับใช้ไม่ได้ผล นักวิชาการเตือนว่าหากรัฐยังไม่สามารถหา "ผู้รับผิดชอบ" และจัดการที่ต้นน้ำในคลองสาขาอย่างเด็ดขาด ระบบนิเวศทางทะเลของไทยอาจถึงจุดล่มสลายภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตามการพบปลาหมอคางดำระบาดที่ชายหาดพัทยาล่าสุดถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ชี้ชัดให้เห็นว่าปลาชนิดนี้เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ยากจะควบคุมต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการออกมาตรการรับมือใหม่หรือไม่







