
เซ็นทรัล แลนด์ ทุ่ม 730 ล้าน ปั้น 2 บิ๊กโปรเจกต์ “ภูเก็ต-พัทยา” เจาะนักช้อป
เซ็นทรัล แลนด์ เปิดโรดแมป ปี 69 เดินเกมทุ่ม 730 ล้านบาท ปั้น 2 บิ๊กโปรเจกต์ เจาะนักช้อปเมืองท่องเที่ยว “POP Phuket” และ “Tops Wongamat พัทยา” เตรียมเปิดให้บริการภายในสิ้นปี
บทบาทของ Central Land and Development (เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์) ซึ่งอยู่ภายใต้ กลุ่มเซ็นทรัล คือการบริหารจัดการที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น จิวเวลรี่เทรด เซ็นเตอร์, เซ็นทรัลสีลม ทาวเวอร์, แพลทฟอร์ม วงเวียนใหญ่, ไชน่าเวิลด์, หัวหมาก เซ็นเตอร์, มาร์เก็ตเพลส วงศ์สว่าง, บ้านสีลม, ท็อปส์ มาร์เก็ต เพลส อุดมสุข, ปอร์โต เดอ ภูเก็ต, ตลาดจริงใจ เชียงใหม่, เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์ รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์และที่ดินผืนศักยภาพทั่วประเทศ
พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ปัจจุบันดูแลที่ดินในมือที่พร้อมพัฒนาประมาณ 100 กว่าแปลง เริ่มตั้งแต่ 10 ไร่ ถึงกว่า 300 ไร่ ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นโปรเจ็คต่างๆ ได้ทันที ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวและเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ขอนแก่น,เชียงใหม่ ฯลฯ
โดยมีหน้าที่วิเคราะห์ว่าที่ดินแต่ละแปลงควรพัฒนาเป็นอะไรเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด (Maximize) โดยอาจพัฒนาเองหรือร่วมมือกับบริษัทในเครือ เช่น กลุ่มโรงแรมหรือธุรกิจค้าปลีก แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการศึกษาโอกาสและศักยภาพในแต่ละทำเล
เนื่องจากเซ็นทรัล แลนด์ ไม่ได้เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จึงมีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีเป้าหมายยอดขายที่ตายตัวแต่จะเน้นการคว้าโอกาส ที่เหมาะสม ทำให้มีระยะเวลาในการพัฒนาโครงการจนถึงการเปิดตัว (Time to Market) ที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นหน่วยงานภายใน แต่การดำเนินโครงการต้องมีกำไรและใช้ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ในระดับเดียวกับ Central Pattana (CPN) เพื่อรับประกันความสำเร็จ
เปิดโรดแมป ทุ่มงบ 730 ล้านบาท ปั้น 2 บิ๊กโปรเจ็กต์
สำหรับในปีนี้ พงศ์ เปิดเผยว่า เซ็นทรัล แลนด์ จะมีการพัฒนา 2 โครการสำคัญในเมืองท่องเที่ยว โดยใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 730 ล้านบาท คือ POP Phuket (ป๊อป ภูเก็ต) และ Tops Wongamat (ท็อปส์ วงศ์อมาตย์ พัทยา)
- POP Phuket (ป๊อป ภูเก็ต) แห่งใหม่ใจกลางเชิงทะเล
POP Phuket (ป๊อป ภูเก็ต) มีมูลค่าการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม (GBA) 5,490 ตารางเมตร พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Playful Destinationเพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ "ตำบลเชิงทะเล" อำเภอถลาง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นทำเลทองที่มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีอย่างต่อเนื่องกว่า 20,000 ยูนิต และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18.8% ต่อปี
การลงทุนครั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น โดยมองว่าจังหวัดภูเก็ต ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวราว 540,000 – 550,000 ล้านบาทต่อปี
พงศ์ เปิดเผยว่า ภูเก็ตยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตกที่มีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ (Expat) สูงถึง 80% ควบคู่กับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง จึงพัฒนา POP Phuket ให้เป็นมากกว่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็น ‘Life Ecosystem’ ที่เข้ามาเติมเต็มดีมานด์ด้านไดนิ่งและไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะตัวสูง ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ระดับบนที่ครบวงจรและมอบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
ภายในโครงการจัดสรรพื้นที่กว่า 60% เป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งไทยและนานาชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการ กระตุ้นความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ และเพิ่มระยะเวลาการใช้ชีวิตภายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Tops ในรูปแบบ Fine Food และร้านอาหารระดับแม่เหล็ก อาทิ Aquila, Campus Coffee Roasters และ Spice House ขณะที่อีก 40% ถูกออกแบบให้เป็น Vibrant Tenant Mix ของร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านสเปเชียลตี้ สปาและความงาม
สำหรับ POP Phuket ถือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งที่ 2 ของกลุ่มเซ็นทรัลในย่านเชิงทะเล ถัดจาก Porto de Phuket (ปอร์โต เดอ ภูเก็ต) ที่เปิดให้บริการในปี 2562 และมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
โดยในระยะถัดไป กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนพัฒนาปอร์โต เดอ ภูเก็ต ในเฟสที่ 2 เพื่อขยายพื้นที่และเพิ่มองค์ประกอบด้าน Family & Lifestyle อาทิ Indoor Playground พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก, Family Restaurant ร้านอาหารสำหรับการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว, Pet Paradise รองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Pet Lover รวมถึง Premium Fitness เป็นต้น
POP Phuket นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเซ็นทรัล โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติประมาณ 80% และคนไทย 20% ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใกล้หาดบางเทา ภายในโครงการ The Standard Residences Phuket Bangtao ใกล้ Porto de Phuket เพียง 5 นาที และ Boat Lagoon เพียง 3 นาที พร้อมรองรับที่จอดรถกว่า 146 คัน และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569
- Tops Wongamat (ท็อปส์ วงศ์อมาตย์)
ส่วน Tops Wongamat (ท็อปส์ วงศ์อมาตย์) ตั้งอยู่ย่านวงศ์อมาตย์ พัทยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Prime Area ที่มีศักยภาพสูง รายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และคอนโดมิเนียมหรู การลงทุนในพื้นที่แห่งนี้เชื่อว่ามีศักยภาพโตอีกมาก จังหวัดชลบุรียังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวราว 19-22 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวประมาณ 220,000 ล้านบาทต่อปี
"นักท่องเที่ยวต่างชาติ บางรายบินมาลงสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ แต่มุ่งหน้าเดินทางไปพัทยาเลยก็มี ซึ่งในอนาคตคาดว่าหากมีการคมนาคมที่สะดวก โดยเฉพาะรถไฟก็คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตดี"
โดย Tops Wongamat มีมูลค่าการลงทุนกว่า 430 ล้านบาท พัฒนาภายใต้แนวคิด Premium Neighborhood Lifestyle Mall บนพื้นที่โครงการรวม หรือ GBA ขนาด 4,711 ตารางเมตร ในย่านวงศ์อมาตย์
พงศ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับคอมมูนิตี้มอลล์ Tops Wongamat (ท็อปส์ วงศ์อมาตย์) เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและโรงแรมเซ็นทารา โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพของทำเลซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya (ปรับโฉมครั้งใหญ่และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2025 จำนวน 555 ห้อง) รวมถึง Cosi Pattaya Wong Amat Beach (เปิดให้บริการในปี 2022 จำนวน 282 ห้อง) สะท้อนถึงฐานลูกค้านักท่องเที่ยวและผู้เข้าพักคุณภาพสูงในพื้นที่
ท็อปส์ วงศ์อมาตย์ ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด Neighborhood Lifestyle Open Mall ชั้นเดียว คล้ายกับ Pop Phuket ที่จัดสรรพื้นที่มากกว่า 80% เป็นโซนร้านอาหาร และคาเฟ่ทั้งไทยและนานาชาติ ซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่อีก 20% ถูกออกแบบให้เป็น curated mix คัดสรรร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านสเปเชียลตี้ สปาและความงาม
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่ารูปแบบการเปิดบริการทั้งสองโครงการ ไม่ใช่ตึกสูงหลายชั้นในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา มีการให้ความสำคัญกับการสร้าง บรรยากาศที่เชื่อมโยงกับทะเลและธรรมชาติ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของพื้นที่







