
คุก 132 ปี “ไฮโซฮู” ลูกนักวิชาการดัง ฟอกเงินเว็บพนัน หนีฟังคำพิพากษา
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “ไฮโซฮู” ลูกนักวิชาการดัง 132 ปี 6 เดือน คดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์ เจ้าตัวหนีประกันศาลสั่งออกหมายจับทันที
1 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ สั่งจำคุก ไฮโซฮู นโรตม์ ลูกชายนักวิชาการชื่อดัง เป็นเวลาถึง 132 ปี 6 เดือน (จำคุกจริง 20 ปี) ในความผิดฐานร่วมกัน ฟอกเงิน และเปิด เว็บพนันออนไลน์ รายใหญ่ผ่านระบบชำระเงินอัตโนมัติ โดยเจ้าตัวหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาจนถูกออกหมายจับ โดยวันนี้ ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ 2894/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนรายุทธ จำเลยที่ 1, บริษัท วีเพย์ จำกัด จำเลยที่ 2, บริษัท เฮงเพย์ จำกัด จำเลยที่ 3, นายนโรตม์ หรือไฮโซฮู จำเลยที่ 4, บริษัท เอชบี มิดเดิล กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 5, น.ส.อำพร จำเลยที่ 6, บริษัท สุดสามารถ จำกัด จำเลยที่ 7, นายพิพัฒน์พงษ์ จำเลยที่ 8 และนายชัยนที จำเลยที่ 9 ในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบการฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีไม่ได้นำตัวมาฟ้อง ร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จัดให้มีการเล่น หรือเข้าเล่นการพนันในรูปแบบต่าง ๆ เอาทรัพย์สินในรูปแบบการเล่นพนันออนไลน์ทางเว็บไซต์ และปรากฏช่องทางฝากเงินอยู่หน้าเว็บไซต์การพนัน โดยประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
โดยจำเลยมีการแบ่งหน้าที่การทำเป็นกลุ่มแบ่งเป็น กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบริหารจัดการและรับผลประโยชน์ในเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการโอนเงินคืนให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้แทนระบบพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของระบบชำระเงิน วีเพย์ และกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของระบบชำระเงินเฮงเพย์ โดยประชาชนที่จะเข้าเล่นการพนันออนไลน์จะต้องโอนเงินที่ใช้ในการเล่นพนันเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่พวกจำเลยกำหนดไว้
จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานพบว่า จำเลยกับพวกได้โอนเงินพนันหรือบัญชีรับแทงพนัน แล้วโอนเงินที่ได้รับจากผู้เข้าเล่นไปเข้าบัญชีแถว 2 จากนั้นได้โอนเงินบัญชีที่ใช้ในการแบ่งผลประโยชน์ตามลำดับ และเมื่อผู้เข้าเล่นพนันชนะพนัน ก็จะมีการโอนเงินคืนเพื่อชำระหนี้ค่าพนันให้กับผู้เล่นพนัน ผ่านบัญชีธนาคารที่โอนจ่ายเงินให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์ในเว็บไซต์ของจำเลย พฤติการณ์และการกระทำของจำเลยทั้งหมด จึงเป็นการร่วมกันจัดให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ
นอกจากนี้ จำเลยทั้งหมดได้สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ด้วยการไปจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทบริษัท โดยแจ้งต่อธนาคารว่าประกอบธุรกิจขายของออนไลน์ เพื่อขอใช้บริการ QR code เพื่อใช้สำหรับการรับโอนเงินพนัน มีการโอนเงินในช่วงระหว่างเกิดเหตุ เป็นการโอนเงินจากระบบการชำระเงินแบบออโต้ แบ่งเป็นช่วงที่ 1 เป็นเงิน 3,475,266 บาท, ช่วงที่ 2 เป็นเงิน 180,421,795.72 บาท, ช่วงที่ 3 เป็นเงิน 1,786,488,229.13 บาท, ช่วงที่ 4 เป็นเงิน 315,523,670 บาท, ช่วงที่ 5 เป็นเงิน 50,874,800 บาท,ช่วงที่ 6 เป็นเงิน 41,025,527 บาท, ช่วงที่ 7 เป็นเงิน 76,038,140 บาท, ช่วงที่ 8 เป็นเงิน 93,122,389 บาท, ช่วงที่ 9 เป็นเงิน 38,298,328 บาท, ช่วงที่ 10 เป็นเงิน 26,599,988.63 บาท, ช่วงที่ 11 เป็นเงิน 2,580,353 บาท, ช่วงที่ 12 เป็นเงิน 18,672,800 บาท, ช่วงที่ 13 เป็นเงิน 16,617,093 บาท, ช่วงที่ 14 เป็นเงิน 54,738,966 บาท, ช่วงที่ 15 เป็นเงิน 7,499,600 บาท, ช่วงที่ 16 เป็นเงิน 6,000,000 บาท,
จำเลยยังได้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดที่ดินมูลค่า 7,277,860 บาท, ถือทรัพย์สินเครื่องประดับร่วมกันจำนวน 10,000,000 บาท, รถยนต์ เล็กซัส, รถยนต์ เฟอร์รารี่ และรถยนต์ ซูบารุ การกระทำดังกล่าวเป็นการโอนไปมาระหว่างบัญชีของจำเลยทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรืออำพางลักษณะที่แท้จริง การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิ์ใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินโดยรู้ในขณะได้มาครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่า เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 7 มีความผิดฐาน ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คนละ 3 เดือน ปรับจำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 5 และจำเลยที่ 7 คนละ 3,000 บาท ฐานร่วมกันฟอกเงิน
ลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 รวม 15 ปี 32 เดือน, จำคุกไฮโซฮู จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 132 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 20 ปี,
ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 1,006,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 2,006,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 13,706,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 7 เป็นเงิน 3,006,000 บาท,
จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน, ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้พนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน, ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 8 เดือน ริบของกลาง
ส่วนจำเลยที่ 8 พยานหลักฐานการนำสืบไม่พบการกระทำผิดพิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายนโรตม์ หรือ ไฮโซฮู ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคนเดียวในคดีนี้ในวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นสิ้นปีงบประมาณ 2568 ที่มีการโยกย้ายผู้บริหารศาลอาญา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รับการประกันตัว จนเป็นเหตุให้มีการสอบสวนผู้พิพากษา ที่เกี่ยวข้องกับการได้ประกันตัว
โดยวันอ่านคำพิพากษา นายนโรตม์ หลบหนีไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา จึงเป็นเหตุให้มีการออกหมายจับและอ่านลับหลัง







