
52% แรงงานไทยวอนสวัสดิการมั่นคง หวั่น AI แย่งงาน-ค่าครองชีพพุ่ง
สำรวจเสียงแรงงานปี 69 พบส่วนใหญ่ต้องการรายได้ที่แน่นอนท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมเร่งปรับตัวฝึกทักษะ AI เพื่อความอยู่รอด หลังยอดเลิกจ้างพุ่งสูงกว่า 5 แสนคน
ปัจจุบันปัญหาปากท้องยังคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนวัยทำงาน โดยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า 52% ของแรงงานไทยต้องการรายได้และสวัสดิการที่มั่นคงเป็นอันดับแรก ในขณะที่อีก 35% มีความกังวลอย่างหนักกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น จนรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน
สถานการณ์นี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจเติบโตเพียง 1.5% ปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ฉุดรั้งกำลังซื้อภายในประเทศให้ชะลอตัวลง
นอกจากนี้โครงสร้างการจ้างงานยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเผยว่า ในปี 2568 มีผู้ประกันตนมาตรา 33 ถูกเลิกจ้างสูงถึง 531,779 คน (เพิ่มขึ้น 20%) และยังมีแนวโน้มตัวเลขการเลิกจ้างที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 7% ต่อปี
เพื่อเจาะลึกถึงความต้องการนี้ RealWatch Lab ภายใต้บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้วิเคราะห์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียกว่า 7,014 ข้อความในช่วงต้นปี 2569 ครอบคลุมเสียงสะท้อนจากพนักงานออฟฟิิศไปจนถึงแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
ผลสำรวจพบว่า นอกจากเรื่องผลตอบแทนและสวัสดิการแล้ว แรงงานถึง 30% ต้องการฝึกทักษะการใช้ AI เพื่อความมั่นคงในอาชีพ รองลงมาคือต้องการความก้าวหน้าและเท่าเทียม (7%) การทำงานที่ยืดหยุ่น (6%) และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี (5%)
ในฝั่งของความกังวล นอกเหนือจากปัญหาของแพงแล้ว แรงงานไทย 25% ยังกังวลเรื่องความไม่แน่นอนในหน้าที่การงานและกลัวถูกเลิกจ้าง ตามมาด้วยความกังวลเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ยังไม่ครอบคลุม (22%) รวมถึงภาวะหมดไฟและการปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี (9%)
จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนชัดเจนว่า แรงงานไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน พวกเขาจึงไม่เพียงแต่ต้องการความมั่นคงทางการเงินเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจ แต่ยังตื่นตัวที่จะยกระดับทักษะการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับอาชีพของตนเอง







