สกัดกดราคา! พาณิชย์คุมเข้ม เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด เริ่ม 8 พ.ค.
พาณิชย์คุมเข้มเกณฑ์รับซื้อข้าวโพด บังคับใช้ "เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด" ที่ได้มาตรฐาน ดีเดย์ 8 พ.ค. 2569 มุ่งแก้ปัญหาการกดราคาและหักความชื้นข้าวโพดอย่างไม่เป็นธรรม
วันที่ 26 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด ในการซื้อขายหรือจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
สร้างมาตรฐานกลาง แก้ปัญหา หักความชื้นข้าวโพด
สาระสำคัญของประกาศฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อหรือจำหน่ายข้าวโพด ต้องใช้ เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด ที่ได้รับการรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น และต้องทำการวัดค่าความชื้นทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมซื้อขาย เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการพิจารณา เกณฑ์รับซื้อข้าวโพด ซึ่งจะช่วยลดข้อโต้แย้งและตัดปัญหาการกดราคาจากผู้รับซื้อ
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดขั้นตอนการวัดความชื้นอย่างเป็นระบบและรัดกุม ได้แก่ การสุ่มตัวอย่างจากหลายจุด การปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคือต้องจัดวางเครื่องวัดในจุดที่คู่ค้าทุกฝ่ายสามารถมองเห็นขั้นตอนการวัดได้อย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้จริง
รักษาสมดุล ราคาข้าวโพด ปกป้องรายได้เกษตรกร
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานการค้าข้าวโพดทั้งระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และที่สำคัญคือการคุ้มครองเกษตรกรจากการถูกเอาเปรียบเรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพด
ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการบังคับใช้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาด เพื่อให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมสูงสุด และไม่ส่งผลกระทบต่อ ราคาข้าวโพด รวมถึงรายได้ของพี่น้องเกษตรกร
“รัฐบาลเดินหน้าดูแลความเป็นธรรมทางการค้าในภาคเกษตรอย่างจริงจัง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย


