posttoday

มวล.ผนึกอว.จัดWalailak Investor Day 2026ชูนวัตกรรมAIขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้

28 มีนาคม 2569

มวล.จับมือกระทรวง อว.และเอกชนจัดงาน Walailak Investor Day 2026 เมื่อ 26 มี.ค. 69 เพื่อโชว์นวัตกรรม AI และมอบทุน NIA 18.9 ล้านบาท มุ่งดันงานวิจัยไทยสู่เชิงพาณิชย์

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จับมือกระทรวง อว. และเอกชน จัดงาน Walailak Investor Day 2026 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยระดับโลกสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในภาคใต้
  • ชูจุดเด่นงานวิจัยอันดับ 1 ของไทยด้านสัดส่วน Q1/Q2 ต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและเปิดตัวอาคารบ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในภูมิภาคอย่างครบวงจร
  • ไฮไลท์สำคัญคือการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในธุรกิจ และการมอบทุนสนับสนุนจาก NIA มูลค่ารวมกว่า 18.9 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

มวล.จับมืออว.และเอกชนหนุนนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคธุรกิจ จัดงานใหญ่ภายใต้ชื่อ "Walailak Investor Day 2026" เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความร่วมมือภายใต้แนวคิด “Synergy of Innovation: Powering Regional Growth” มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านงานวิจัยคุณภาพสูงจากหิ้งสู่ห้าง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคภาคใต้อย่างยั่งยืนและก้าวกระโดดผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวง อว. ระบุว่างานนี้เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้าสู่ภาคธุรกิจจริง โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และการแลกเปลี่ยนสัญญางานวิจัยหลายฉบับ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ให้ทัดเทียมระดับสากลตามนโยบายหลักของกระทรวงที่ต้องการผลักดันให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม

ชูนวัตกรรมระดับโลกอันดับหนึ่งด้านงานวิจัยคุณภาพของไทย
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของสถาบันว่า ปัจจุบัน มวล. ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลกอย่างเต็มตัว โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 6 ของประเทศไทยจาก Times Higher Education และที่น่าภาคภูมิใจยิ่งคือการครองอันดับ 1 ของประเทศในด้านสัดส่วนผลงานวิจัยระดับ Q1 และ Q2 ต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 3 ปีซ้อน ฐานองค์ความรู้ที่เข้มแข็งเหล่านี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและพร้อมต่อการนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

การจัดงานในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจได้สำหรับภาคธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการนำงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการบริการของผู้ประกอบการไทย ศักยภาพด้านงานวิจัยที่โดดเด่นนี้เองที่เป็นตัวดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการให้เข้ามาร่วมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของโลกในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้
 

ไฮไลท์เทคโนโลยีเอไอและมอบทุนสนับสนุนรวมกว่าสิบเก้าล้าน
รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมภายในงานที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 300 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายพิเศษด้าน AI โดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อทลายกรอบธุรกิจเดิม รวมถึงกิจกรรม Business Matching และ IP Licensing เพื่อเจรจาสิทธิบัตรงานวิจัยพร้อมใช้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวอาคารส่งเสริมผู้ประกอบการและนวัตกรรมเพื่อเป็นศูนย์กลางบ่มเพาะแบบครบวงจร และพิธีมอบทุนนวัตกรรมจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ให้แก่ผู้ประกอบการภาคใต้รวมเป็นมูลค่ากว่า 18.9 ล้านบาท

ความสำเร็จของงานในครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการก้าวสู่การเป็นเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (RSP) ที่เข้มแข็ง พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกระทรวง อว. เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างมั่นคงสืบต่อไปในระยะยาว


 

ข่าวล่าสุด

กรมราชทัณฑ์เปิดเยี่ยมญาติผ่านไลน์ลดใช้พลังงานกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน