"บิ๊กเต่า" ร่วม ป.ป.ท.บุกตรวจสอบ "วัดป่ารักษาใจ" หลังพบรุกที่ สปก.สระบุรี
"บิ๊กเต่า" ร่วม ป.ป.ท. นำทีมลงพื้นที่สระบุรี ตรวจสอบกที่พักสงฆ์ หลังพลเมืองดีร้องเรียนบุกรุกพื้นที่ป่า - เรี่ยไรเงินสร้างกุฏิขายให้ผู้ปฏิบัติธรรมโดยผิดกฎหมาย
18 ก.พ.2569 เวลา 11.30 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และพันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จากกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ ปปท. เขต 1 ร่วมกับพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก พลตำรวจตรี เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. บูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ครอบครองของวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ ณ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยวอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีวัดป่า หรือสำนักสงฆ์ นำโดย
ครูบาชัยวัฒน์ (ประวัติ บวชเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ต้นสังกัดวัดศรีสุธาวาส (วัดเลยหลง) อำเภอเมือง
จังหวัดเลย) แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก ปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ พบว่า วัดป่ารักษาใจ ได้มีการเชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ก่อสร้างถนน และขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประโยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะ ไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นไปในแนวป่า และทำการปรับพื้นที่
โดยการชักชวนผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค tiktok youtube เชิญชวนให้มาซื้อกุฎิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และในการดำเนินการกิจการต่างๆ ภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับการทำการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด
สำหรับปฏิบัติการข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่า จุดที่ 1 วัดป่ารักษาใจ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่ 13 ไร่ ปรากฎชื่อผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามเอกสาร สปก 4 – 01 แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสาร ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป่ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ ในช่วงปี 2566 พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมจากผู้เคยได้รับอนุญาตเดิม จุดที่ 2 ถึง 4 (หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ) อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯ ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ผู้บุกรุกยึดถือครอบครอง มีพฤติกรรมก่อสร้าง แผ้วถางป่า นำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูง โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ สถานะพื้นที่ตามกฎหมาย เป็นผู้บุกรุกที่ดิน สปก. ตาม พ.ร.ก. สปก. พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีความผิดตาม ม.54 แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 สถานะของวัดป่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย คณะทำงานเรียกว่าเป็นที่พักสงฆ์ ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากเจ้าคณะปกครอง ดำเนินการก่อสร้าง โดยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. อนุมัติอนุญาต ก่อสร้างฯ


