ศ.ดร.อมร เปิดสาเหตุ "แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี" 9 ครั้งซ้อน
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เผยสาเหตุ แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี ต่อเนื่อง 9 ครั้ง เกิดจาก รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ขยับตัว
เกิดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี ติดต่อกันถึง 9 ครั้ง ในช่วงระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาอธิบายถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัยของ โครงสร้างอาคาร และแนวทางการเฝ้าระวัง
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก (Micro to Small Earthquake) โดยมีขนาดความรุนแรงอยู่ที่ 1.9-3.2 แมกนิจูด ซึ่งอยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ แต่ยืนยันว่าระดับความรุนแรงนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อ โครงสร้างอาคาร ให้เกิดความเสียหาย
ตามหลักวิศวกรรม แผ่นดินไหวที่จะมีความรุนแรงเพียงพอจนกระทบต่อความมั่นคงของอาคาร จะต้องเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางที่มีขนาดตั้งแต่ 4-5 ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานความแข็งแรงของตัวอาคารแต่ละแห่งประกอบด้วย
จับตา "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" สาเหตุแผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี
สำหรับสาเหตุหลักของ แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี ในครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุชัดเจนว่าเกิดจากการเคลื่อนตัวของ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ซึ่งจัดเป็น 1 ใน 16 รอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวในประเทศไทย
อิทธิพลของ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย นั้น ไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ยังส่งผลกระทบเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ กระบี่ พังงา และภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยตรง จึงทำให้เกิดการสั่นไหวของพื้นดินในพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลัก
เปิดรายชื่อ "พื้นที่เฝ้าระวังแผ่นดินไหว" ตามกฎกระทรวงฯ
ในเชิงกฎหมายและการควบคุมอาคาร ศ.ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวต่อว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีถูกจัดให้อยู่ใน "บริเวณที่ 1" ตามกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารต้านแผ่นดินไหว พ.ศ. 2564
พื้นที่บริเวณที่ 1 ถือเป็น พื้นที่เฝ้าระวังแผ่นดินไหว เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่อาคารอาจได้รับผลกระทบจากการสั่นไหว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่
- ภาคใต้: กระบี่, พังงา, ตรัง, นครศรีธรรมราช, สงขลา, สตูล, แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี (พื้นที่เกิดเหตุ) และประจวบคีรีขันธ์
- ภาคอื่นๆ: ชุมพร, นครพนม, บึงกาฬ, พิษณุโลก, เพชรบุรี, เลย และหนองคาย
แม้สถิติที่ผ่านมาในบริเวณนี้จะเกิดแผ่นดินไหวบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบเสียหายรุนแรงต่อ โครงสร้างอาคาร
บทสรุปจากสถานการณ์ แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี แม้ว่าพื้นที่บริเวณที่ 1 ตามกฎกระทรวงฯ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าบริเวณที่ 2 (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และบริเวณที่ 3 (ภาคเหนือและตะวันตก) แต่ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ย้ำว่ายังคงต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมของ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย อย่างใกล้ชิดว่าจะมีทิศทางความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต
ที่สำคัญ อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่บังคับของกฎกระทรวงฯ ควรได้รับการออกแบบให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในระดับที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อยู่อาศัย


