posttoday

"ไม่รับทำบัญชีธุรกิจสีเทา" รัฐผนึกเอกชนสกัดบัญชีม้านิติบุคคล

17 มกราคม 2569

รัฐบาลผนึกกำลังสำนักงานบัญชีสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ  ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา

KEY

POINTS

  • รัฐบาลร่วมมือกับสำนักงานบัญชีและหน่วยงานพันธมิตร 8 แห่ง เพื่อสกัดกั้นธุรกิจสีเทาและบัญชีม้านิติบุคคล
  • ภาคเอกชนด้านบัญชีประกาศจุดยืน "ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา" เพื่อตัดวงจรของมิจฉาชีพ
  • มีการตรวจสอบพบบุคคลเสี่ยงราว 1,500 รายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งบริษัท และจะดำเนินคดีกับผู้ทำบัญชีที่ให้ความร่วมมือ

รัฐบาลผนึกกำลังสำนักงานบัญชีสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ  ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา

 

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันนี้ (17 มกราคม 2569) ว่า ปัจจุบันธุรกิจที่หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายอย่างนอมินีบัญชีม้า และการใช้นิติบุคคลบังหน้า มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบทั้งต่อประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ 

รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับการจัดการกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงจากบัญชีม้าบุคคล เป็นบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง และนักบัญชีและสำนักงานบัญชีถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญของระบบธุรกิจไทย ที่จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้

 

 

รัฐบาลโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง เพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ โดย 

 

“ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา” ตัดวงจรธุรกิจสีเทา “นอมินีบัญชีม้า”   

 

 

ซึ่งปัจจุบันธุรกิจที่หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายอย่างนอมินีบัญชีม้าและการใช้นิติบุคคลบังหน้า มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบทั้งต่อประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ  

 

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีม้านิติบุคคล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  พบว่า มีชื่อบุคคลเสี่ยงประมาณ 1,500 รายที่ตรงกับชื่อในบัญชี HR-03 ของ ปปง. ซึ่งได้นำส่งรายชื่อบริษัทที่มีบุคคลเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ปปง. เพื่อดำเนินการต่อแล้ว        

ส่วนการป้องกันกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีอยู่ประมาณ 13.4 ล้านคน ที่อาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เงิน 1,000-2,000 บาทแล้วเอาชื่อมาใช้จดทะเบียนนิติบุคคล จากการตรวจสอบ พบว่ามี 200 รายชื่อ ที่มีการนำไปแอบอ้างชื่อมาใช้จดทะเบียนนิติบุคคล  

โดยได้เรียกมาพบเจ้าหน้าที่ขอให้ชี้แจงและแสดงหลักฐานทางการเงิน ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ไม่มา และทิ้งคำขอ ทั้งนี้ จะมีการส่งรายชื่อไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้พิจารณาสถานะผู้ถือบัตรใหม่

 

ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชี กระทำความผิด ช่วยเหลือการจดทะเบียนนิติบุคคลอำพรางให้กับคนต่างชาติ เพื่อทำบัญชีม้านิติบุคคล โดยไม่ตรวจสอบ หรือรู้ทั้งรู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นมิจฉาชีพ เช่น บุคคลคนเดียว จดตั้งบริษัทหลาย ๆ บริษัท บางทีเป็น 100 บริษัท หรือใช้สถานที่อยู่เดียวกันในการจัดตั้งบริษัทเป็นจำนวนมาก ก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ และส่งต่อให้สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดการต่อตามกฎระเบียบที่มีอยู่ด้วย  

ขอย้ำเตือนคนไทยอย่าให้ความร่วมมือเป็นนอมินีเพื่อให้คนต่างด้าวทำธุรกิจในไทย โดยเลี่ยงปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หากตรวจสอบพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวล่าสุด

รู้จัก “พีรามิดกลับหัว” รูปแบบการกินอาหารใหม่แห่งปี 2026