posttoday
พายุรากาซา กระทบไทย 16จังหวัดประสบอุทกภัย เตือนเฝ้าระวัง

พายุรากาซา กระทบไทย 16จังหวัดประสบอุทกภัย เตือนเฝ้าระวัง

24 กันยายน 2568

พายุรากาซาส่งผลฝนตกหนัก น้ำท่วม 16 จังหวัด กระทบกว่า 2.4 แสนคน เสียชีวิตแล้ว 4 ราย รัฐเร่งช่วยเหลือ พร้อมเตือนรับมือฝนต่อเนื่องและน้ำล้นตลิ่ง

KEY

POINTS

  • อิทธิพลของพายุรากาซาส่งผลให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยใน 16 จังหวัด มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 76,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย
  • หน่วยงานภาครัฐได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการจัดหาอาหาร ถุงยังชีพ สนับสนุนเรือเพื่อการขนย้าย และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ
  • มีการประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ

สถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบ

อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” (RAGASA) แม้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ได้เสริมกำลังร่องมรสุมและลมตะวันตกเฉียงใต้ให้รุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ปัจจุบันมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 16 จังหวัด 63 อำเภอ 392 ตำบล 2,304 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อ 76,199 ครัวเรือน รวม 247,477 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย แยกเป็นเพชรบูรณ์ 1 ราย, พิจิตร 1 ราย และพระนครศรีอยุธยา 2 ราย

รายงานผลกระทบรายภาค

ภาคเหนือ (6 จังหวัด)
บ้านเรือนเสียหายกว่า 14,600 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ น่าน และพิษณุโลก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สุรินทร์)
เกิดน้ำท่วมขังถนนสายหลัก เช่น ถนน 24 และถนนโลห์สุวรรณ น้ำสูง 50 ซม.–1 ม. รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว

ภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา)
ฝนตกหนักทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง กระทบ 3,287 ครัวเรือน ปัจจุบันเริ่มคลี่คลาย

สถานการณ์โดยรวมยังคงเฝ้าระวัง เนื่องจากฝนสะสมสูงสุดที่ จ.น่าน 162 มม. และจันทบุรี 109 มม. ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มยังมีความน่ากังวลสูง

ภารกิจการช่วยเหลือและแผนเผชิญเหตุ

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมสรรพกำลังทั้งคนและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ

1. การดำรงชีพ

เพชรบูรณ์ ตั้งโรงครัวพระราชทาน จัดทำอาหารวันละ 1,300 กล่อง พร้อมถุงยังชีพกว่า 7,600 ชุด

สิงห์บุรีและอ่างทอง ได้รับสนับสนุนถุงยังชีพและ Family Kit จากคลัง DELSA ของอาเซียน

2. การขนย้ายผู้ประสบภัย

พิษณุโลก ใช้เรือ 23 ลำ รถ 6 คัน

เพชรบูรณ์ ใช้เรือกู้ภัยและเจ็ตสกี 115 ลำ

สุพรรณบุรี จัดเรือ 210 ลำ

พระนครศรีอยุธยา สนับสนุนเรือเล็กกว่า 276 ลำ

3. การระบายน้ำ

ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำหลายชุดที่คลองสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

ใช้เครื่องสูบ-ส่งน้ำระยะไกลเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ

4. การเสริมคันกั้นน้ำและงบประมาณ

สุพรรณบุรี แจกจ่ายกระสอบทราย 100,000 ใบ

พระนครศรีอยุธยา จัดทรายพร้อมกระสอบ 300,000 ใบ

กรมบัญชีกลางอนุมัติวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน 30 ล้านบาท

ภารกิจเหล่านี้ช่วยประคับประคองสถานการณ์ ลดความเดือดร้อนเบื้องต้น และเสริมศักยภาพในการรับมือหากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง

การคาดการณ์และมาตรการเตือนภัยล่วงหน้า

แม้พายุ “รากาซา” ไม่เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบ 24–26 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ ปริมณฑล ซึ่งอาจเจอน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ประเด็นเฝ้าระวังสำคัญ

เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ: เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำท่าไหลเข้า 423.7 ล้าน ลบ.ม. ใน 21–28 ก.ย. ส่งผลให้ 6 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องเตรียมรับมือ

อ่างเก็บน้ำเต็มความจุเกิน 80%: 11 แห่ง เช่น เขื่อนสิริกิติ์ (88%), เขื่อนแม่มอก (102%) เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง

พื้นที่เมืองลุ่มต่ำ: กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, สมุทรปราการ เสี่ยงน้ำท่วมขัง

ฝนรอบใหม่ 26–29 ก.ย.: จะตกหนักบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ

คำแนะนำประชาชน

  • ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. อย่างใกล้ชิด
  • เตรียมกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ และเส้นทางอพยพ
  • หลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม

เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึง 26 ก.ย. 

ที่มา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , กรมอุตุนิยมวิทยา , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน