
ทบ. โต้กัมพูชา ยังลอบวางทุ่นระเบิด เหน็บอย่าใช้”โล่มนุษย์”กดดัน
ทบ. โต้ถ้อยแถลงกัมพูชา ยืนยันไทยยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง กฎหมายระหว่างประเทศ ติงยังพบการลักลอบวางทุ่นระเบิด และใช้กลุ่มประชาชนออกหน้าแทนในลักษณะโล่มนุษย์
KEY
POINTS
- กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาเรื่องการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และโต้กลับว่าฝ่ายกัมพูชายังคงลักลอบวางทุ่นระเบิดในเขตแดนไทยอย่างต่อเนื่อง
- ฝ่ายไทยมีหลักฐานยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นของใหม่ ไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่าตกค้างตามที่กัมพูชากล่าวอ้างเพื่อบิดเบือนข้อมูล
- กองทัพบกเตือนกัมพูชาไม่ให้ใช้ประชาชนเป็น "โล่มนุษย์" โดยสนับสนุนให้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิของไทยเพื่อสร้างแรงกดดัน
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงกรณีถ้อยแถลงของ นายชุม ซอนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา–ไทย โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยละเมิดข้อตกลงดังกล่าว จนสร้างความเสี่ยงต่อทั้งกำลังพลและพลเรือน อีกทั้งยังก่อให้ประชากรกลุ่มเปราะบางต้องพลัดถิ่นมากยิ่งขึ้น
ทั้งยังอ้างว่ากัมพูชายึดมั่นในหลักการกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะการห้ามใช้กำลัง และพร้อมเดินหน้าการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างจริงจัง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า ประเทศไทยยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด พร้อมดำเนินการให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไทยเปิดกว้างให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน (IOT) คณะจาก ICRC และพันธมิตรนานาประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทุกจุดโดยเสรี ไม่เคยมีการปิดกั้นข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความบริสุทธิ์ใจของฝ่ายไทย ที่ดำเนินการทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอ้างว่ายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง อาจเป็นเพียงภาพการสื่อสารเพื่อสร้างผลเชิงภาพลักษณ์เท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชายังมีการลักลอบวางทุ่นระเบิดในเขตแดนไทยอยู่ตลอด จนส่งผลให้กำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง อีกทั้งยังไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม แม้ฝ่ายไทยจะได้เสนอผ่านเวทีการประชุม GBC และ RBC มาโดยตลอด
นอกจากนี้ กัมพูชายังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนกล่าวหาไทย เช่น เรื่องการใช้อาวุธเคมี หรือบิดเบือนว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นของเก่าตกค้างจากสงครามในอดีต ทั้งที่ฝ่ายไทยมีหลักฐานพิสูจน์ยืนยันได้ชัดเจน สำหรับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงผ่านการใช้ทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชา ถือเป็นการบ่อนทำลายความพยายามแก้ปัญหาในระดับทวิภาคีของกัมพูชาเอง
โฆษกกองทัพบกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝ่ายไทยให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน โรงพยาบาล หรือระบบสาธารณูปโภค พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และนานาชาติ ที่ร่วมมือและแสดงน้ำใจช่วยเหลือกันอย่างเข้มแข็ง
ในขณะเดียวกัน ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือเหตุการณ์ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาสนับสนุนให้ประชาชนรุกล้ำเข้ามาอาศัยในเขตพื้นที่ประเทศไทย รวมถึงในเขตพื้นที่อ้างสิทธิของประเทศไทย ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลง MOU 43 แม้ฝ่ายไทยประท้วงอย่างสันติมาอย่างยาวนาน แต่กัมพูชากลับเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหา
โฆษกกองทัพบกย้ำว่า สังคมและนานาชาติควรตระหนักและรับรู้ว่า ที่ผ่านมา กัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังพยายามใช้กลุ่มประชาชนออกหน้าแทนด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว จึงควรจับตาดูว่าจากนี้ไป กัมพูชาจะใช้วิธีการในลักษณะ “โล่มนุษย์” มาแก้ปัญหาเหมือนในช่วงที่ผ่านมาอีกหรือไม่







