posttoday
เปิดไทม์ไลน์ คดี “ล็อกสเปก” จัดซื้อจัดจ้างระบบ ERP –HR กสทช.

เปิดไทม์ไลน์ คดี “ล็อกสเปก” จัดซื้อจัดจ้างระบบ ERP –HR กสทช.

18 มิถุนายน 2568

เปิดเหตุผล และไทม์ไลน์ ทำไม ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา คดี “ล็อกสเปก” จัดซื้อจัดจ้างพัฒนาระบบ ERP และ ระบบ HR ของสำนักงาน กสทช.

หลังปรากฏเป็นข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิคัดค้านในคดีเลขที่ 01-2-0602/2566 ต่อ นายเนคิพงษ์ ตลับนาค รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงาน กสทช.

https://www.thansettakij.com/politics/629785 

และมีอดีตผู้บริหาร กสทช. เช่น พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตประธาน กสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธ์ อดีตเลขาธิการ กสทช. พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. และพนักงานสำนักงาน กสทช. รวม 14 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา กรณีโครงการจ้างพัฒนาระบบ ERP และ การจ้างพัฒนาระบบ HR อันมีลักษณะแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กำหนดราคากลางเกินจริง และกระทำการมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม นั้น 

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า เรื่องนี้ มีที่มาจากการที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 30 กันยายน 2565 แจ้งผลการตรวจสอบ เรื่อง การจ้างพัฒนาระบบ ERP และการจ้างพัฒนาระบบ HR โดยแจ้งให้ เลขาธิการ กสทช. ดำเนินการ ดังนี้

1. ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  

1.1 นายเนติพงษ์ ตลับนาค 
1.2 นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด 

2. ให้ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย จำนวนเงิน 7,662,617 แก่สำนักงาน กสทช.เพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ขอให้เร่งดำเนินการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ

หลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าว สำนักงาน กสทช.จึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ในเรื่องนี้ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2565 และคณะกรรมการสอบสวนฯ ได้รายงานผลแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 โดยยืนยันว่าบุคคลทั้งสองมีความผิด ตามที่ สตง. แจ้งผล และเข้าข่ายเป็นความผิดวินัยตามระเบียบการบริหารงานบุคคลฯ

โดย นายเนติพงษ์ฯ มีความผิดในข้อ 50 (2) (3) ข้อ 51 (4) ประกอบข้อ 53 (7) อันเป็นความผิดวินัยร้ายแรง สมควรโดนลงโทษปลดออก และ นายฉันทพัทธ์ฯ มีความผิดในข้อ 50 (3) ข้อ 51 (4) อันเป็นความผิดวินัย สมควรโดนลงโทษลดเงินเดือน 

อย่างไรก็ตามสุดท้าย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช.รักษาการเลขาธิการ กสทช. ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งลดโทษนายเนติพงษ์ฯ เหลือเพียงการตัดเงินเดือนในอัตราร้อยละ 7.5 เป็นเวลา 3 เดือน

และในปีถัดไป นายฉันทพัทธ์ฯ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการรองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการกระจายสียงและโทรทัศน์ และนายเนติพงษ์ฯ เป็น ผอ.สำนักการอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์  

ทำให้ สตง.ได้ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. จากเดิมที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 2 คน และเมื่อ ป.ป.ช. ได้มีการสอบสวนไปถึงผู้ที่มีอำนาจอนุมัติดำเนินการเรื่องนี้ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช.โดยตรงได้แก่เลขาธิการ กสทช. (นายฐากรฯ) และรองเลขาธิการ กสทช. ที่รับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้าง (นายไตรรัตน์ฯ) แต่ต่อมาได้มีการซัดทอดให้มีผู้ร่วมกระทำเพิ่มเป็น 14 คน

โดยมีการพาดพิงถึง พล.อ.อ.ธเรศฯ อดีตประธาน กสทช. ว่าเป็นผู้สั่งนายไตรรัตน์ฯ ให้ปรับลดวงเงินงบประมาณทั้งสองโครงการ และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ฯ เป็นผู้สั่งนายเนติพงษ์ฯ ให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังฯ ได้งานนี้ 

ข้อกล่าวอ้างการสั่งการดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันสองคนระหว่าง “เนติพงษ์” และ “ไตรรัตน์” ตามที่ปรากฏในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาฯ และในห้วงเวลาดังกล่าว “ธนพันธุ์” มียศเพียงนาวาอากาศเอก ยังไม่ได้เป็นรองเลขาธิการ กสทช. และไม่เคยเป็นเลขานุการ ประธาน กสทช. เป็นเพียงอนุกรรมการพัฒนาระบบ IT ที่มาช่วยปฏิบัติงานเป็นครั้งคราวในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ 

https://www.posttoday.com/general-news/725515

อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงจากรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการ IT ที่มีมติชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้จัดทำโครงการจ้างพัฒนาระบบ ERP และ ระบบ HR แบบแยกดำเนินการตามที่นายเนติพงษ์ฯ เสนอ เพราะคณะอนุกรรมการฯ ต้องการบูรณาการโครงการทั้งสอง โดยเห็นควรให้จ้างที่ปรึกษามาวิเคราะห์กระบวนการทำงานเพื่อบูรณาการก่อน ในวงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาท แล้วจึงดำเนินการจ้างและพัฒนาโครงการดังกล่าวในปีถัดไป 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน