
ร้องตั้งกรรมการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ มศว ส่อขัดระเบียบ
ต้องตั้งกรรมการสรรหา อธิบการบดีคนใหม่ มศว ส่อขัดข้อบังคับมหาวิทยาลัยไม่เป็นไปพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง บุคคลากรในมหาวิทยาลัย ขอทบทวนแก้ไขให้ถูกต้องหวั่นกระทบภาพลักษณ์องค์กร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4ก.ค.2567 ดร.ชุมพล พรประภา อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย ลงนามในหนังสือ ที่อว 8701.1/43 เรื่อง เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี เรียน กรรมการสภาฯผู้ทรงคุณวุฒิและแบบเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี จำนวน 1 แผ่น
ด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล จะครบวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในวันที่ 5ธันวาคม 2567ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.2561 และที่แก้โขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้กรรมการสรรหาอธิการบดี ตามข้อ 9(3) ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก จำนวน 4คน และตามข้อ 9 วรรคสี่ กำหนดวิธีการได้มาซึ่งกรรมการตาม (3) ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสม ไม่เกินคนละ 4 ชื่อ ต่อมหาวิทยาลัยและใหมหาวิทยาลัยรวบรวมรายชื่อดังกล่าวเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อคัดเลือก นั้น
ประกอบกับมติสถามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 8/2567 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 มอบสำนักงานสภามหาวิทยาลัยทำหนังสือถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ไม่เกิน 4 ชื่อ เป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ดังนี้
1) เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย หรือ เคยเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย
2) เคยตำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือรองอธิการบดี
ในการนี้ จึงขอให้ท่านเสนอชื่อบุคคลภายนอกที่มีคุนสมบัติดังกล่าวข้างต้น ไม่เกิน 4 ชื่อเป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี ในแบบเสนอชื่อฯ ใส่ของเปล่าที่แนบมานี้ ปิดผนึกส่งถึงนายกสภามหาวิทยาลัยและขอให้ส่งมาถึงสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม2567
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือฉบับดังกล่าวมีข้อโต้แย้ง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ภายในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
ประเด็นแรก เห็นว่า การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ อาจขัดกับข้อบังคับของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี พ.ศ. 2561และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 วรรคที่ 4 กำหนดว่า การได้มาซึ่งกรรมการตาม (3) ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมไม่เกินคนละ 4 ชื่อ ต่อมหาวิทยาลัย และให้มหาวิทยาลัยรวบรวมรายชื่อดังกล่าวเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อคัดเลือก
ประเด็นต่อมา ระยะเวลาที่กำหนดให้สรรหากรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิให้แนบใบเสนอชื่อใส่ซองส่งกลับมายังสำนักงานสภาฯ ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 เป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้กรรมการสภาฯได้นำเสนอบุคคลผู้ควรได้รับการเสนอชื่อและไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ทั้งนี้ หากดำเนินการต่อไปโดยนำเสนอวาระเข้าสภาฯ อาจเกิดประเด็นซักถาม ทักท้วง และข้อโต้แย้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของอธิการบดีและมหาวิทยาลัย จึงเห็นควรต้องทบทวนและแก้ไขให้ถูกต้องก่อนนำเสนอสภาฯ ต่อไป
นอกจากนี้ การไม่นำเสนอวาระเข้าสภาฯ ในครั้งนี้ อาจทำให้กระบวนการล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ด้วยกระบวนการสรรหาอธิการบดีได้เริ่มต้นดำเนินการแล้ว ในช่วงเวลาที่ข้อบังคับกำหนด
ประกอบกับองค์ประกอบของกรรมการสรรหาอธิการบดีประเภทผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการดำเนินการของมหาวิทยาลัยยังไม่สามารถเสนอชื่อได้ทันในการประชุมสภาฯ ครั้งนี้เช่นกัน เพราะต้องเสนอให้สภาวินิจฉัยบางประเด็น







