ต้องไม่มีพ่อมดการเงินได้ประโยชน์จากคริปโตดิ่งหนัก

วันที่ 19 มิ.ย. 2565 เวลา 09:16 น.
ต้องไม่มีพ่อมดการเงินได้ประโยชน์จากคริปโตดิ่งหนัก
"พนิต วิกิตเศรษฐ์"แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องป้องกัน "อาชญากรทางเศรษฐกิจ" ลั่นต้องไม่มี "พ่อมดการเงิน" ได้ประโยชน์จากวิกฤตตลาดคริปโตดิ่งหนัก

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.65 นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth – พนิตวิกิตเศรษฐ์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับตลาด Cryptocurrency ที่อยู่ในช่วงขาลง โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้

ในช่วงนี้คงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับประเด็นของ Cryptocurrency ที่อยู่ในช่วงของขาลงอย่างหนัก จนมีคนในแวดวงการลงทุนด้าน Digital ออกมาเตือนกัน

การดิ่งลงของ Cryptocurrency มีผลกระทบกับ Bitcoin อย่างมาก สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแบบนี้มาจากหลายส่วนด้วยกัน ทั้งประเด็นภาวะเงินเฟ้อ การปรับขึ้นของดอกเบี้ย และการเก็งกำไรที่มากเกินปัจจัยพื้นฐานของ Cryptocurrency นี้

ทำให้ในตลาดและผู้ลงทุนอยู่ในภาวะความเสี่ยงในการลงทุนช่วงนี้ ที่เกิดจากการลดลงของเงิน Digital หรือ Bitcoin ที่ลดลงไปกว่า 50 %

สถานการณ์การมูลค่าของ Bitcoin ที่ลดลงไปจะก่อให้เกิดวิกฤติหรือไม่ ประเด็นนี้น่าสนใจ ผมคิดว่าเราต้องจับตามองเป็นพิเศษ แต่ก่อนอื่นเราต้องมาดูว่าประเทศไทยมีแนวทางในการป้องกัน และสร้างความมั่นคงในระบบการเงินหรือยัง และที่สำคัญต้องไม่มี ”พ่อมดการเงิน” ได้รับประโยชน์จากวิกฤตในครั้งนี้

การป้องกันเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน แต่มันคือ เกราะที่จะมาใช้ในการป้องกันปัญหาอาชญากรทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศมีระบบการเงินที่แข็งแกร่ง

และในยุคที่ Bitcoin อยู่ในช่วงขาลง ทั้งยังมีกลุ่มคนได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนเข้ามาลงทุนใน Crypto อาจทำให้ตลาดพังได้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เห็น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ที่เป็นหน่วยงานหลักดูแลเรื่องนี้  ยังไม่มีแนวทางในการป้องกัน แก้ปัญหา หรือรับผิดชอบกับ “อาชญากรทางเศรษฐกิจ”

เมื่อช่วงมกราคมที่ผ่านมาตอนราคา Bitcoin สูงกว่าปัจจุบันมากกว่านึ่งเท่าตัว ผมได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ ได้ออกมาเตือนสติคนรุ่นใหม่ให้ศึกษาก่อนที่จะหันมาลงทุนกับเงิน Digital เพราะในตลาดมีความผันผวนที่สูง แต่ในทางเดียวกันการลงทุนด้านนี้มันก็สร้างรายได้ให้กับผู้ลงทุนได้อย่างมหาศาล รวมถึงเสนอเรื่องนี้ให้กรรมมาธิการด้วยเช่นกันว่า ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องมีวิธี แนวทาง และพัฒนาระบบ ในการรองรับปัญหาที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตให้พร้อม

กลับกันถ้าผู้ลงทุนไม่เข้าใจในสินทรัพย์ที่ลงทุน หรือประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ได้ ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุน เพราะในตลาดแบบนี้มีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเงิน Digital หรือ Bitcoin

การที่คนรุ่นใหม่เข้าไปลงทุนโดยไม่รู้อะไรเลย ก็เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ งั้นเมื่ออยากลงทุนก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ เหตุการณ์ในช่วงนี้ก็เป็นบทเรียนให้กับผู้ลงทุนใหม่ได้เป็นอย่างดี