ท่องเที่ยวไทยตายสนิท รัฐหมดทางหมดแรงเยียวยา

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 19:47 น.
ท่องเที่ยวไทยตายสนิท รัฐหมดทางหมดแรงเยียวยา
ธุรกิจท่องเที่ยวไทยโคม่าหนัก โควิดรอบใหม่ลามเร็วรับมือไม่ทัน รัฐบาลคิดมาตรการเยียวยาไม่ออก

การระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ลามเร็ว ทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนรับมือไม่ทัน ทั้งๆ ที่มี ประสบการณ์จากการระบาดรอบแรกมาแล้วทั้งปี 2563

ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทยเส้นหนึ่ง เจอมรสุมสินามิพิษโควิด-19 รอบใหม่ไปเต็ม จนยกธงขาวปิดกิจการไปไม่น้อย เพราะเจอพิษโควิด-19 รอบแรก ยังไม่ทันฟื้น มาเจอรอบสองอีกแบบติดๆ กัน หากสายป่านไม่ยาวจริงอยู่รอดได้ยาก

การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ที่มาในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2563 ต้อนรับปีใหม่ 2564 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย ทำการท่องเที่ยวไทยหายวูบไปทันที

มาตรการส่งเสริมไทยเที่ยวไทยของรัฐบาลล้มทั้งยืน เพราะมาตรการสาธารณสุขห้ามการเดินทาง ให้มีการรักษาระยะห่าง และความกลัวของ ประชาชนที่จะติดเชื้อโควิด-19 ทำให้งดการเดินทางเที่ยวที่วางแผนกันไว้แทบทั้งหมด

เมื่อเป็นเช่นนี้ มาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ทั้งโครงการกำลังใจ ที่จะสิ้นสุด 31 ม.ค. 2564 ก็มีปัญหา เพราะอาสาสมัครสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ไปเที่ยวไม่ได้ เพราะนอกจากถูกห้ามเดิมทาง ยังต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่หนักควบคุมการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ด้วย

โครงการเราเที่ยวด้วยกัน จองแล้วไม่ได้เที่ยว ทำให้คลังต้องเจรจากับผู้ประกอบการโรงแรมไม่ยึดเงินผู้จองไปเที่ยว โดยรัฐบาลจะขยายเวลา มาตรการจากสิ้นเดือน เม.ย. 2564 ไปถึงกลางปี 2564

โครงการอบรมการสัมนาของภาครัฐ ก็ไม่เข้าเป้าเพราะเดินทางไม่ได้ รวมถึงโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋าที่อยู่ระหว่างการอนุมัติก็มีอันต้องพับแผนไปก่อน เพราะออกมาตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวไทย ในปี 2564 ที่คาดว่าจะได้ 1.2 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 7 แสนล้านบาท และต่างประเทศ 5 แสนล้านบาท กลายเป็นความฝันริบรี่ไม่เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์

เมื่อไทยเที่ยวไทยยังไม่ได้ เรื่องให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยในปีนี้ จึงเลิกหวังได้เลย ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่ว่า จะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รถโดยสารเดินทาง ปิดตัวเองกันเป็นแถวเพราะทนพิษโควิด-19 ไม่ไหว

ขณะที่ภาครัฐบาล ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ก็ บอกได้แต่ยังคิดไม่ออกจะเยี่ยวยาให้ธุรกิจภาคท่องเที่ยวให้อยู่รอดไปได้อย่างไร เพราะการระบาดโควิด-19 รอบใหม่เร็วยิ่งกว่าติดจรวดไม่กี่วัน ลามทั้งประเทศ ทำให้รัฐบาลคิดไม่ตกทั้งการคุมการระบาดโควิด-19 และการหามาตรการเยียวยาภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจภาคการท่องเที่ยวที่รับพิษจากโควิด-19 และมาตรการของรัฐบาลในการคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปแบบเต็มๆ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและการกีฬา บอกว่า ต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการในการเยียวยาธุรกิจท่องเที่ยว โดยต้องดูการ แพร่ระบาดโควิด-19 เป็นหลักว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร เพื่อวางแผนการเยียวยาภาคการท่องเที่ยวต่อไป

มีการประเมินกันว่า กรณีที่ดีที่สุดไทยสามารถคุมโควิด-19 ได้ในเดือน ม.ค. นี้ เดือน ก.พ.-มี.ค. เป็นช่วงรอดูการปลอดเชื้อให้แน่ใจ และเริ่มกลับมาเที่ยวได้ ในเดือน เม.ย. อย่างนี้การท่องเที่ยวไทยยังพอมีหวังแม้จะสาหัสก็ตาม แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดการท่องเที่ยวไทยก็คงหนีไม่พ้นล้มทั้งยืนกันอีกมาก

ปี 2564 เป็นปีแห่งความหวังของการท่องเที่ยวไทย หลังจากที่ปี 2563 เจอพิษโควิดรอบแรกมาทั้งปี รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 8.3 แสนล้านบาท จากปี 2562 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เท่ากับสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปกว่า 2 ล้านล้านบาท

สำหรับปี 2564 เมื่อเป็นเช่นนี้ ดูท่าไม่ดีไปกว่าปี 2563 ความหวังจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเหมือนปกติปีละ 40 ล้านคน เป็น เรื่องที่ปิดประตูคิดไปได้เลย ส่วนมาตราการไทยเที่ยวไทยก็ดับๆ ติดๆ จากพิษโควิด-19 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยสิ้นหวังและสิ้นใจในที่สุด

เมื่อรวมแล้วปี 2563 และ 2564 ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว 4-5 ล้านล้านบาท เงินจำนวนมหาศาลก้อนนี้ เป็นเงินที่เคยหล่อเลี้ยง ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เส้นหนึ่งของเศรษฐกิจไทย

ขณะที่รัฐบาลก็ดูมึนติ๊บคิดไรไม่ออก ว่าจะช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวพ้นจากโคม่าอย่างไร จะเยียวยาก็มีเงินไม่พอ การปล่อยกู้ซอฟท์โลน์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 5 แสนล้านบาท กลุ่มท่องเที่ยวก็เข้าไม่ถึงเพราะแบงก์ไม่กล้าปล่อย มีเงินแต่ไม่มีใครกล้าช่วย ธปท. ก็ผ่า ทางตันปัญหาไม่ได้ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้แต่รอวันล้มหายตายจากไปเพราะไม่มีเงินหล่อเลี้ยงชีวิตให้เดินหน้าสู้ต่อไปได้

โควิด-19 รอบใหม่ลามเร็วหยุดไม่อยู่ รัฐบาลติดหล่มคิดมาตรการเยียวยาไม่ออก ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวทำใจ แล้วแต่เวรแต่กรรมแต่ชาติปางก่อน ช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุด อยู่ไม่ได้รอรัฐบาลไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องยอมกลั่นใจตัวเองตาย เพราะหมดหนทางแก้ปัญหาให้พ้นจากวิกฤตโควิด-19 ที่ซัดเข้ามาสองรอบติดๆ กัน