กรมสรรพากรใส่เกียร์ห้าขอครม. เว้นรีดภาษีคนละครึ่ง

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 07:08 น.
กรมสรรพากรใส่เกียร์ห้าขอครม. เว้นรีดภาษีคนละครึ่ง
กรมสรรพากรยันเว้นเก็บภาษีคนละครึ่ง และมาตรการของขวัญปีใหม่ เร่งส่ง ครม. เห็นชอบเว้นเก็บภาษีชุดใหญ่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) และกระทรวงการคลังเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้จากโครงการ “คนละครึ่ง” จำนวน 3,000 บาท ในปี2563 และโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่ได้รับส่วนลดค่าที่พักโรงแรม และคูปองค่าอาหาร อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายเสนอให้ ครม. เห็นชอบต่อไป ซึ่งเร่งดำเนินการอยู่แต่ไม่ทันภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีการขยายมาตรการหลายครั้ง จึงต้องประมวลมาตรการทั้งหมดทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และมาตรการของขวัญปีใหม่ ที่ได้เป็นเงินช่วยจากหน่วยงานจองรัฐ หรือ ธนาคารของรัฐ เพื่อร่างกฎหมายเสนอกระทรวงการคลังและ ครม. เว้นการเก็บภาษีเงินได้ดังกล่าวในคราวเดียว

"รายได้ที่ได้จากโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน ไม่ต้องเสียภาษีแน่นอน ผู้ที่ยื่นภาษีไม่ต้องนำรายได้ดังกล่าวมาเสียภาษี เพราะประกาศที่กรมสรรพากรจะขอให้ ครม. เห็นชอบจะมีผลย้อนหลัง โดยจะมีการยกเว้นภาษีส าหรับเงินที่ได้รับในปีภาษี 2563 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2564 และเงินได้ที่ได้รับในปีภาษี 2564 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2565 ด้วย” นายเอกนิติ กล่าว

ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้เปิดให้ประชาชนได้เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 นั้น จากข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2564 มีผู้ใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งและโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 แล้วจำนวน 12,050,115 คน โดยเป็นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้ได้รับสิทธิเดิมจำนวน 9,536,644 คน ใช้จ่ายสะสม 52,358.3 ล้านบาท และผู้ได้รับสิทธิใหม่จำนวน 2,513,471 คน ใช้จ่ายสะสม 1,073.6 ล้านบาท รวมยอดการใช้จ่ายสะสม 53,431.9 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 27,353.4 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 26,078.5 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ และมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.1 ล้านร้านค้า โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ขอให้เร่งดำเนินการและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ (1) แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (2) สาขาธนาคารกรุงไทย หรือ (3) ตู้เอทีเอ็มสีเทาของธนาคารกรุงไทย (สามารถค้นหาตำแหน่งของตู้เอทีเอ็มสีเทา โดยพิมพ์คำว่า “ATM กรุงไทย ยืนยันตัวตน” ใน Google Maps) และใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายใน 14 วัน เพื่อรักษาสิทธิของท่านให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ส่วนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิม หากประสงค์จะได้รับวงเงินเพิ่มอีก 500 บาท ตามโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ขอให้เข้าใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะพบข้อความเตือน “ท่านได้รับสิทธิคนละครึ่ง ระยะที่ 2 มูลค่า 500 บาท และสามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564” และเมื่อกดปุ่ม “ยอมรับเงื่อนไขและรับสิทธิ” จะได้รับสิทธิดังกล่าว