เศรษฐกิจปีใหม่หนักกว่าปีเก่า

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 17:57 น.
เศรษฐกิจปีใหม่หนักกว่าปีเก่า
เศรษฐกิจไทยปี 2564 สาหัส พลิกผันชั่วข้ามคืน จากมีหวังกลายเป็นสิ้นหวัง

วันที่ 17 ธ.ค. 2563 เป็นจุดเปลี่ยนของ เศรษฐกิจไทย หลังจากพบการติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร และเป็นไฟลามทุ่ง ไปเกือบทั่วประเทศ ในช่วงเวลาแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น

ก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ เศรษฐกิจไทยปี 2564 เต็มไปด้วยความหวัง มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2563 จะขยายตัว ติดลบเหลือ 6-8% จากเดิมที่่คาดว่าจะขยายตัวติดลบมากกว่า 10%

ขณะเดียวกันก็มองกันว่าเศรษฐกิจปีใหม่ 2564 จะกลับมาขยายตัวได้เป็นบวก 3-4% เนื่องจากมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ให้กิจกรรมทาง เศรษฐกิจเดินหน้าได้ตามปกติ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลดำเนินการออกมาต่อเนื่อง

แต่ทุกอย่างกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่รุนแรงกว่ารอบแรก ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องเริ่ม กลับมาถูกล็อกดาวน์อีกครั้ง

แม้ว่า รัฐบาลจะไม่ได้ล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งประเทศ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้น ต้องบอกว่ากระทบกับเศรษฐกิจไม่น้อยกว่ารอบแรก เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากไข้โควิด-19 รอบแรก และต้องมาเจอพิษโควิด-19 รอบใหม่ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เกิดอ่อนแรงลงอีก และคาดว่าจะต้องมีการปิดกิจการ เลิกจ้างงานไม่ต่างจากการระบาดของโควิด-19 รอบแรก เมื่อปี 2563

สอดคล้องกับการประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดของ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2563 ลงเล็ก น้อยจาก -6.6% เป็น -6.7% เนื่องจากโควิด-19 รอบใหม่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของปี 2563 แล้ว จึงกระทบเศรษฐกิจไทยปีที่ผ่านมาไม่มาก

แต่ในในปี 2564 สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ลดประมาณการเศรษฐกิจไทย จาก 4.1% เป็น 2.6% หรือลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เพราะมองว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ไปเต็มๆ ตลอดทั้งปี โดยเพิ่มสมมติฐานทางเศรษฐกิจสำคัญ 3 ประการ

1. การระบาดของโควิด-19 ลากยาวต่อเนื่องใน ช่วงไตรมาสแรกและการรักษาระยะห่างที่ยังมีความจำเป็นตลอดทั้งปี

2. ปัญหาทางการเมืองที่อาจกลับมากระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภคในปีหน้าหาก รัฐสภาและผู้ประท้วงไม่สามารถหาข้อตกลงร่วม กันได้อย่างรวดเร็ว

3. ความล่าช้าในการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ทั้งจากการระบาดในต่างประเทศ และการที่คนในประเทศยังไม่ได้รับวัคซีน

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นห่วงว่า เศรษฐกิจไทยเลี่ยงล็อกดาวน์ก็จริง แต่ก็เลี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเสี่ยงซึมยาวไม่ได้ เพราะการระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศที่ลดลงต่อเนื่องไปถึงกลางปีหน้า ส่งผลกระทบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ขนส่ง และ ธุรกิจอื่นที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว

"การระบาดที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อีกทั้งผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและอาหารได้ลดลงใน ช่วงที่คนจำนวนมากเลี่ยงการเดินทางออกนอก บ้านทำให้ขาดรายได้และอาจกระทบการจ้างงาน แม้การว่างงานอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ชั่วโมง การทำงานอาจลดลง ส่งผลให้รายได้นอกภาคเกษตรยังคงอ่อนแอ ในปี 2564 การบริโภคภาคเอกชนจึงมีโอกาสอ่อนแอลงกว่าที่คาดไว้ก่อน หน้าและมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะยังคงซึมยาวตลอดทั้งปี" ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอ เอ็มบี ไทย กล่าว

ด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง หวั่นว่ารัฐบาบจะคุมการระบาดของโควิด-19 ไม่อยู่ และจะส่งผลกระทบแรงกว่ารอบแรก 4-5 เท่า และใช้เวลาควบคุมมากกว่า 2 เท่า จากตัวอย่างของหลายประเทศที่คุมการแพร่ระบาดระลอกสองไม่ได้

"มีความเสี่ยงสูงที่จะคุมการแพร่ระบาดไม่ได้ ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจะหนักกว่าเดิมหลายเท่า เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านการคลังและงบ ประมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับและหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว" นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลควบคุมให้การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ อยู่ในวงจำกัดไม่ได้ และต้องล็อกดาวน์ทั่วประเทศแบบเดือน เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะเข้าสู่ภาวะการล้มละลายอีกจำนวนมากพร้อมกับการว่างงานของผู้ใช้แรงงานในวงกว้าง ธุรกิจที่กำลัง จะกระเตื้องขึ้นจะทรุดตัวลงไปอีก

จากการประเมินของสำนักวิจัย และนักวิชาการ ทั้ง 2 แห่ง ก็เห็นภาพชัดเจนแล้วว่า เศรษฐกิจปีใหม่ 2564 อาการสาหัส ตอนนี้มีการมองข้าม ไปถึงว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะยืนขยายตัวเป็นบวกได้หรือไม่ หรือจะสาหัสติดลบเหมือนปีที่ผ่านมาอีก

ที่สำคัญไปกว่านั้น การที่เศรษฐกิจไทยปี 2564 ขยายตัวเป็นบวกได้น้อย หรือแย่มากถึงขนาดติดลบเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จะทำให้เวลาที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาเหมือนเดิมทอดยาวออกไปอีก จากเดิมที่คาดว่าจะใช้เวลา 2 ปีครึ่ง อาจถูกลากยาวไป 3-5 ปี ซึ่งผู้ประกอบการและลูกจ้างจำนวนมาก คงไม่มีทุนไม่มีเงินเก็บรอไปได้ถึงวันนั้น

ดังนั้น เศรษฐกิจปีใหม่ 2564 จึงสาหัสสากรรจ์ จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลจะอุ้มผู้ประกอบการไม่ให้ล้มหายตากจาก และช่วยแรงงานให้ไม่ตกงานไม่มีกินเพิ่มขึ้นได้หรือไม่

หากทำไม่ได้รัฐบาลอาจเจอวิกฤตเศรษฐกิจเล่นงานครั้งใหญ่ จนอยู่ลำบากอีกรอบ