เปิดใจ"ธนกร เลขา รมว.คลัง" มือแก้เกมเศรษฐกิจทรุด

วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 07:59 น.
เปิดใจ"ธนกร เลขา รมว.คลัง" มือแก้เกมเศรษฐกิจทรุด
ปี 2562 ที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว และปี 2563 ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว รัฐบาลจะยิ่งถูกโจมตีหนักขึ้นชนิดหายใจได้ไม่ทั่วท้อง

แน่นอนว่า เวลารัฐบาลถูกโจมตีบริหารหรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศล้มเหลว กระทรวงการคลัง ที่ถือเป็นเสาหลักในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ จะเป็นด่านแรกๆ ที่ถูกโจมตีว่ามือไม่ถึง

ลำพัง รมว.คลัง แต่คิดมาตรการก็หมดเวลาแล้ว จะให้ออกมาแก้ต่างแก้เกมประเด็นการบริหารเศรษฐกิจแล้วทรุดทุกเรื่องคงเป็นเรื่องลำบาก

ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่พรรคพลังประชารัฐ จึงส่ง "ธนกร วังบุญคงชนะ" โฆษกพรรคพลังประชารัฐ มานั่งเป็น เลขา รมว.คลัง อีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะที่ผ่านมาโชว์ฝีมือในการตอบโต้ประเด็นทางการเมืองกับฝ่ายค้านได้เข้าตาชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน ก็หวังว่าจะมาช่วยแก้เกมเวลากระทรวงการคลัง หรือ รัฐบาลถูกโจมตีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทรุดไม่สำเร็จ ก็จะได้ชี้แจงกลับ เพื่อเปลี่ยนเกมจากฝ่ายรับจนมุมอย่างเดียว เป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง

ธนกร เปิดใจว่า "วันนี้ทุกคนรู้อยู่แล้ว ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก รัฐบาลก็พยายามทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ  ที่กระทรวงการคลังออกมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าประคองทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

เพราะฉะนั้น ผมว่า การบริหารเศรษฐกิจไทยของรัฐบาลไม่ได้ล้มเหลว วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็มีการสั่งการเต็มที่ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ออกอาวุธ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกันหมด การที่เศรษฐกิจไทยแย่ในวันนี้ ส่วนใหญ่จึงมาจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก รัฐบาลทำทุกอย่างแล้ว หลังจากวันนี้เชื่อว่าทุกๆ อย่างจะดีขึ้น"

นอกจากนี้ ธนกร มองไปในอนาคตอันใกล้ว่า การเตรียมตัวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว มาตรการที่ออกมาไม่ได้ผล มีการทุจริตนั้น เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านพยายามมองว่าการบริหารด้านเศรษฐกิจล้มเหลว แต่ไม่ได้เสนอว่า เมื่อรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว และฝ่ายค้านมีข้อเสนอเพื่อให้การบริการหรือแก้เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นได้อย่างไร ไม่มีการแนะวิธีแก้ให้รัฐบาลเลยมีแต่โจมตีอย่างเดียว มันจึงเป็นการนำเรื่องการบริหารเศรษฐกิจไปเป็นเครื่องมุ่งโจมตีในทางการเมืองกันมากกว่า

"ฝ่ายค้านไม่ได้มองเรื่องการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นหลัก แต่เห็นว่าเป็นเรื่องความใกล้ชิดประชาชน ฝ่ายค้านจึงนำเรื่องการบริหารเศรษฐกิจมาโจมตีว่ารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว อย่างโครงการ ชิมช้อปใช้ ก็บอกว่าล้มเหลว แต่สวนทางกับตัวเลขข้อเท็จจริงที่ออกมา เช่น ฝ่ายค้านโจมตีว่าโครงการนี้เอื้อนายทุน แต่ตัวเลขที่คลังแสดงออกมาเห็นชัดว่า เงินกระจายไปในร้านชิมช้อปใช้ ทั่วประเทศมากกว่า 80% มีเพียง 18% ที่ซื้อในห้างใหญ่ของนายทุน" ธนกร กล่าว

ธนกร ยังเชื่อว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะโจมตีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมาทั้งหมด ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น แต่คนที่ตอบได้ไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่เป็นพี่น้องประชาชนที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เช่น กลุ่มเกษตรกร ชาวนา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด รัฐบาลมีการประกันรายได้

สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านจะโจมตีว่ารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจไม่เป็นเอกภาพ ธนกร แจงว่า ต้องยอมรับว่ารัฐบาลผสม มาจากหลายพรรค อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เห็นด้วยกันทั้งหมด แต่ภาพรวมถือว่าไปได้ ไม่ใช่ว่าเสียงปริ่มน้ำและจะอยู่ได้สั้น เป็นเรื่องไม่จริง ในอดีตมีรัฐบาลเสียงข้างมาก 300-400 เสียงก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น การทำงานของรัฐบาลอยู่ที่ผลงานมากกว่า ว่าได้ทำให้พี่น้องประชาชนเต็มที่ไหม

นายธนกร กล่าวว่า ปัญหาที่นักลงทุนไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย จากปัญหาเสถียรภาพการเมือง เริ่มมีการประท้วงของฝ่ายค้านพรรคอนาคตใหม่จะจัดม็อบทุกเดือน มีผลกระทบกับความเชื่อมั่นกับนักลงทุนแน่นอน ดังนั้นในภาวะเช่นนี้ พรรคอนาคตใหม่ควรใช้เวทีในสภาแก้ปัญหาดีกว่าไปจัดม็อบลงถนน ทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน กระทบกับเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การชุมนุมประท้วงของฝ่ายค้านพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกมาร่วม เพราะข้อมูลที่พรรคอนาคตใหม่พยายามสื่อสารออกไป เป็นข้อมูลที่เป็นเท็จบ้าง ไม่จริงบ้าง เป็นการปลุกปั่นมากกว่า ซึ่งรัฐบาลได้พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนมาตลอด ทำให้การปลุกม็อบเกิดขึ้นได้ยากมวลชนไม่น่าจะมาร่วมมาก

บทความแนะนำ