บลจ. ยูโอบี เปิดตัว กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI)

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 10:30 น.
บลจ. ยูโอบี เปิดตัว กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI)
บลจ. ยูโอบี เปิดตัว กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI) ชูการลงทุนในหุ้นจีนธีมนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) กองทุนแรกในประเทศไทย

บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จับกระแสการลงทุนเมกะเทรนด์ (Megatrend) ในกลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) ในบริษัทจีน ซึ่งเป็นประเทศที่กลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ (Healthcare) มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในโลก โดยบลจ. ยูโอบี มั่นใจนำเสนอ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI)” กองทุนหุ้นจีนธีมนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) กองทุนแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต ไปพร้อมกับการฟื้นตัวและเติบโตของเศรษฐกิจจีน โดยเสนอขายครั้งแรก 15-23 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ (Healthcare) ของประเทศจีนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราเติบโตต่อปีสูงที่สุดในโลก มากกว่า 13% เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่เติบโตเพียง 3% และ 2% ตามลำดับ1  และเป็นภาคธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตทางด้านการลงทุนอย่างมีนัยยะสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นกระแสการลงทุนเมกะเทรนด์ (Megatrend) ของโลก ซึ่งเป็นการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องตามความต้องการของตลาดในระยะ 5-10 ปี และมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ (Healthcare) ในจีนนี้ มีปัจจัยสนับสนุนมาจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของจีน (an aging population society) การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีนหลังการระบาดโควิด-19 พร้อมกับมีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคต และจากปัจจัยการประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานที่กำลังขยายตัว”(1ที่มา : KraneShare MSCI All China Health Care Index ETF factsheet, https://kraneshares.com/resources/factsheet/2020_09_30_kure_factsheet.pdf)

“ปัจจุบันจีนต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้จีนมีความต้องการในทรัพยากรด้านการรักษาต่างๆเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจการบริการด้านสุขภาพจะกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตได้ดีในตลาดจีน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐและกระทรวงสาธารณะสุขจีนที่มีนโยบายผลักดันให้จีนเป็นประเทศแห่งสุขภาพ และมีการดำเนินแผน “HEALTHY CHINA 2030” โดยการส่งเสริมธุรกิจบริการด้านสุขภาพ สวัสดิการการรักษา สภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ (health industry) จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศจีนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งรัฐบาลจีนยังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาทางด้าน นวัตกรรมทางการแพทย์ (R&D) ทั้งในส่วนของการวิจัยพัฒนายา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์และบริการจากต่างประเทศ ซึ่งพัฒนาการของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในประเทศจีนที่มีมาอย่างต่อเนื่องพร้อมด้วยปัจจัยสนับสนุนต่างๆที่กล่าวมานี้ ทำให้ปัจจุบันตลาดเฮลท์แคร์ของจีนเติบโตจนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ 1.1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2020 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2030.” นางสาวรัชดา กล่าว

นางสาวรัชดา กล่าวฃว่า “นอกจากนี้ ประเทศจีนมีการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการพัฒนาการแพทย์ในด้านต่างๆที่เน้นการนำนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง มานานแล้วกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ที่ผสมผสานระหว่างการแพทย์กับเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ เช่น บิ๊ก ดาต้า (Big data) ระบบประมวลผลคลาวด์ (Cloud) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารจัดการองค์ความรู้ และบล็อกเชน เป็นต้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) ของจีน มีอัตราขยายตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจีนที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจนก้าวเป็นผู้นำระดับโลกเทียบกับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่นได้ โดยพัฒนาการในด้านต่างๆ ที่นำโดยการใช้นวัตกรรม การค้นคว้า วิจัย นั้น ถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีนหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 8% ในปี 2564 นี้  เป็นปัจจัยบวกที่ บลจ. ยูโอบี พิจารณาและเล็งเห็นโอกาสทางการลงทุน เปิดตัวกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI) เพื่อให้นักลงทุนร่วมคว้าโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) ของจีน ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI) มีโครงสร้างกองทุนประเภท Fund of funds ที่ลงทุนผ่านกองทุน KraneShares MSCI All China Health Care Index ETF และกองทุน Global X China Biotech ETF (กองทุนหลัก) โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ (Healthcare) ของประเทศจีน และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลท์แคร์ (Healthcare Innovation) ของประเทศจีน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจีน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หรือในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆทั่วโลก

นางสาวรัชดา กล่าวว่า “กองทุน UCHI มีการกระจายการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของประเทศจีน ในหลากหลายประเภทธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการพัฒนาและค้นคว้าด้านเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ระบบไอทีด้านการดูแลสุขภาพ (Healthcare IT) การบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาล (Hospital Administration) ยาจีนแผนโบราณ (Traditional Chinese Medicine) และ การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Equipment Production) เป็นต้น ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่จะทำให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลการดำเนินงานได้ดีในระยะยาว จากแนวโน้มการเติบโตในธุรกิจทุกประเภท โดยที่ผ่านมาดัชนี MSCI China All Shares Health Care 10/40 Net Return Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุนหลัก สร้างผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ได้ถึง 69% (ข้อมูล ณ ธ.ค. 2563) บลจ. ยูโอบี จึงเชื่อมั่นว่ากองทุน UCHI จะเป็นทางเลือกการลงทุนในธีม    เมกะเทรนด์ ที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนเชิงบวกให้แก่นักลงทุนได้ในระยะยาว”

นักลงทุนที่สนใจลงทุนกองทุน UCHI สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมและหนังสือชี้ชวนได้ที่ผู้สนับสนุนการขาย ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอิสระ และ/หรือบลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โดยนักลงทุนสามารถทำรายการซื้อกองทุนผ่านช่องทางบริการอิเล็กทรอนิกส์ บริการ ‘Premier Online’ ที่ https://echannel.uobam.co.th/fundcyber/Account/Login หรือ ผ่านทาง ‘UOBAM Invest’ mobile application ซึ่งเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกในการทำรายการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สำหรับลูกค้าที่ยังไม่มีบัญชีกองทุนและสนใจลงทุน สามารถขอรับคำแนะนำในการลงทุนและเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้โดยตรง ติดต่อได้ที่ งานบริการนักลงทุน โทร. 0-2786-2222 หรือ thuobamwealthservice@uobgroup.com