ปี 2563 “ลับขวาน” ให้คม ปี 2564 ได้ใช้ขวานตั้งแต่วันแรกของปี

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 07:56 น.
ปี 2563 “ลับขวาน” ให้คม ปี 2564 ได้ใช้ขวานตั้งแต่วันแรกของปี
เศรษฐกิจคิดง่าย ๆ ตอนที่ 1/2564 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

"If you give me six hours to chop down a tree, I'll spend four hours sharpening the axe." Abraham Lincoln

ขอเวลา 6 ชั่วโมง ในการโค่นต้นไม้โดยเวลา 4 ชั่วโมง คือการลับขวานให้คม คำพูดนี้เป็นข้อความที่น่าคิด และผู้เขียนก็เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่เป็นผู้นำองค์กร เป็นหัวหน้า เป็นทีมงาน เป็นคนทำงาน เป็นพ่อค้า แม่ขาย นักธุรกิจ เมื่อเวลาแบบนี้ เวลาแห่งการตั้งหลักต่อสู้กับมรสุมที่ตั้งเค้ารางขึ้นมาอีกแล้วพร้อมกับแสงแรกแห่งปี 2564

ในช่วงสองสัปดาห์ของปลายปี 2563 ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกกลับหัวจากการเตรียมตัวเฉลิมฉลอง เตรียมจับจ่ายใช้สอย เตรียมเดินทางไปพักผ่อน เตรียมเดินทางกลับบ้านไปพบพ่อแม่ครอบครัวในต่างจังหวัด แถมอากาศก็เป็นใจมากๆ ในยามที่เดินทางไปในต่างประเทศไม่ได้ของใครหลายคน

แต่พอเรื่องปะทุที่ตลาดอาหารทะเลมหาชัย ต่อด้วยเรื่องจากสถานที่อโคจร ลากยาวมาจนทำให้เกิดการแพร่ระบาดภายในประเทศไทยครั้งใหม่ จนทำให้สวดมนต์ข้ามปีต้องทำผ่านออนไลน์ ต้องดูการจุดพลุปีใหม่จากที่บ้านที่คอนโด งานฉลองไม่ต้องพูดถึง งานวันเด็กจบข่าวแน่นอน ประกาศของทางการออกมาเรื่อยๆ ตามความเข้ม ความรุนแรงของปัญหาในแต่ละพื้นที่

ทั้งหมดนี้สรุปได้เป็นคำๆ เดียว คือ "ประมาท และการ์ดตก" ดังนั้นช่วงเวลาต้นปีใหม่ที่จะเริ่มทำงานกันในวันที่ 4 มกราคม 2564 เราหลายท่านหลายคน จะต้องทักทายเพื่อนร่วมงานกันแบบไม่พบเห็นต่อหน้า หลายสำนักงานเริ่มปีใหม่ด้วยสิ่งที่เรียกว่า การทำงานจากที่พักอาศัยหรือ Work from Home หรือ WFH

ในช่วงเวลาที่เราต่อสู้กันแบบ หยุดอยู่บ้าน เพื่อหยุดเชื้อ ก็เพื่อชาตินั้น การปรับตัวและเตรียมตัวเราจะประกอบด้วย

1. สุขอนามัยจะต้องมาก่อน ความสะอาดของมือ การวัดอุณหภูมิของร่างกาย การสังเกตอาการตัวเอง ต้องมาก่อน

2. หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า จากที่ป้องกัน PM 2.5 ถูกปรับมาเป็นการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ปี 2019

3. การจัดหาอุปกรณ์เพื่อใช้ในสำนักงานแบบการไร้สัมผัส อุปกรณ์ดิจิทัล Application ใหม่ๆ ต้องมีการเรียนรู้มากมายโดยเฉพาะการจัดประชุมออนไลน์

4. การปรับโหมดการใช้ชีวิต การสั่งข้างของมากิน มาใช้มีรูปแบบใหม่ แรกๆ ก็มีเงอะงะบ้างทุกชั้นวัย สักพักก็ลื่นไหล

5. การวางแผนงาน แผนธุรกิจ อัตรากำลัง การมองธุรกิจช่วงปลายปีที่ว่าสดใสขึ้นมา GDP ติดลบน้อยกว่าที่คิด มีมาตรการออกมากระตุ้นการใช้จ่าย มีโครงการคนละครึ่งออกมากระจายเม็ดเงินไปสู่คนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่ไหลไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัว ดีใจกับเรื่องวัคซีน และจบด้วยว่าเราชนะ อยู่กับเลขศูนย์ และไม่มีการระบาดรอบสอง แผนที่เตรียมจึงมีทิศทางในแง่บวกขึ้นมานิดนึง

การที่สิ่งต่างๆ เดินมาแบบผ่อนคลายเรื่อยๆ หมอท่านก็ออกมาเตือนว่า กำลังการ์ด?ตกแล้วนะ จนอยู่ดีๆ มันก็ปะทุขึ้นมาจากคนที่ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นเพลานี้ เพลาที่วันนี้คือวันที่ 4 มกราคม 2564 จะได้เริ่มต้น การฝึกฝน วินัยในอดีต ความอึด ความถึก ความขยันและการมีประสบการณ์ใหม่ในปี 2563 ที่ผ่านมา หรือก็คือ "การลับคมขวาน" ลับให้คม ลับให้ดี เพื่อเป็นมีดที่ดีในการใช้ในอนาคตก็ได้มาถึงแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดปีเก่า มันคือชุดความรู้ในการเอาชีวิตรอดตั้งแต่ต้นปีนี้ เลิกคิดถึงการสาดน้ำสงกรานต์ได้เลยนะครับ ตรุษจีนปีนี้คงได้ไหว้บรรพบุรุษทางออนไลน์ เทศกาลงานบุญแบบมามุงหาบคงยากแล้วละครับ การทำงานจากที่อยู่อาศัยจะเป็นสัดส่วนในเวลาทำงาน เป็นสัดส่วนกับคนที่จะมาทำงานเยอะมากขึ้น การสั่งงาน ติดตามงาน ไปให้ถึงเป้าหมายคงต้องใช้ความอึดและปัญญามากกว่าปีที่แล้ว

ย้อนกลับมาที่คำพูดตั้งต้น มีคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้เวลาตั้ง 4 ชั่วโมง ในการลับขวาน ...แม้ฟังดูขัดอกขัดใจ ว่าเอาเวลาไปตัดต้นไม้เลยไม่ดีกว่าหรือ แต่เรื่องจริงก็คือ มันจะช่วยให้เราใช้เวลาน้อยลงในการตัดต้นไม้เพราะมีความชำนาญจากการฝึกฝน และ 2 ชั่วโมงที่เหลืออยู่นั้น อาจจะทำให้ตัวเราตัดต้นไม้ได้เยอะกว่าเดิมมากๆ ก็ได้เพราะเรามี productivity สูงมากขึ้น กองทัพที่ดีต้องฝึกฝนผู้คนนานนับปีเพื่อใช้ประโยชน์ในวันที่ต้องรบจริงแค่วันเดียว สัปดาห์เดียวให้ได้ชัยชนะ

ขอทุกท่านที่อ่านบทความนี้ได้กลับไปสู่ความเป็นสามัญพื้นฐานตอนการ์ดเราไม่ตกตอนต้นปี 2563 ตอนที่เรา "ลับคมขวาน"

1. หยุดกิจกรรมที่ "ไปโน่น ไปนี่ ไร้สาระ" เพื่อลดเสี่ยงการติดเชื้อ

2. ตอนทำงานให้ทำจริงจัง มีสมาธิ ใช้ปัญญาจริงก่อนพูดก่อนทำ อย่าใช้ปัญญาอ่อนในการประพฤติ-ปฏิบัติ

3. ทำอะไรบนความรู้จริง ไม่ใช่บนความรู้สึก เช็กข้อมูลให้ชัวร์ อย่าแชร์อะไรมั่วๆ

4. ล้างมือ ใส่หน้ากาก กินร้อน ช้อนกลาง อยู่ห่างๆ กัน

5. รับฟัง เปิดใจ รับไอเดียใหม่ๆ ต้องเชื่อว่าทุกสิ่งเป็นจริงได้ ไม่ใช่ ไม่เอาไว้ก่อน

สุดท้ายเชื่อว่า อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล