เมื่อไหร่ควรออม เมื่อไหร่ควรลงทุน

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 08:01 น.
เมื่อไหร่ควรออม เมื่อไหร่ควรลงทุน
คอลัมน์ เงินทองของใกล้ตัว โดย...ศุทธวีร์ มงคลสินธุ์ AFPTศูนย์ข้อมูลการเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

สำหรับหลายคนที่กำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัวนั้น ในด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล มีเรื่องที่ต้องเข้าใจลำดับต้น ๆ เลยก็คือ เรื่องของการออมและการลงทุน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน การรู้ว่าเมื่อใดควรออมและเมื่อใดควรเริ่มต้นลงทุนนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง

ความหมายของการออมและการลงทุน

การออม คือ การกันเงินบางส่วนออกมาจากรายได้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยนำเงินไปเก็บสะสมทีละเล็กทีละน้อย โดยคนส่วนใหญ่มักจะนำเงินออมไปฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งการออมนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมความมั่งคั่ง ส่วนการลงทุนนั้น เป็นเรื่องที่ต่อยอดจากการออมไปอีกขั้น เป็นการนำเงินออมที่มีอยู่ไปลงทุนหรือเข้าซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น การนำเงินไปซื้อหุ้น ซื้อพันธบัตร หรือซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวม เป็นต้น

ความแตกต่างของทั้งสองอย่างนี้ คือ การออมจะมีความเสี่ยงต่ำ ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินค่อนข้างน้อย เงินต้นไม่มีความผันผวน อีกทั้งสามารถถอนเงินมาใช้ได้ตลอดเวลา ส่วนการลงทุนโดยทั่วไปแล้วจะมีความเสี่ยงสูงกว่าการออม เงินต้นที่ลงทุนอาจมีการขาดทุนได้ แต่ถ้าสามารถลงทุนได้ในระยะยาวแล้ว ก็สามารถคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยที่จะได้รับสูงกว่าการออม

ควรออมอย่างไรและออมไว้ที่ไหนดี

ถ้าในปัจจุบันเรายังไม่มีเงินออมหรือยังออมไม่ได้เท่าที่ต้องการ อาจเริ่มต้นสำรวจ 2 ปัจจัยหลัก ที่ส่งผลให้เราสามารถออมได้มากขึ้นนั่นก็คือ การเพิ่มรายได้และการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หรือการกำหนดงบประมาณในแต่ละเดือน และเมื่อสามารถกันเงินมาออมได้แล้ว อาจเลือกเปิดบัญชีธนาคารแยกออกมาจากบัญชีที่มีไว้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเงินส่วนไหนเป็นเงินออม

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นออมนั้น เป้าหมายการออมที่สำคัญลำดับแรก คือ การมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ซึ่งควรมีเงินจำนวนนี้ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินนี้มีไว้ใช้จ่ายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เงินส่วนนี้เป็นเงินออมที่ต้องมีก่อนเริ่มลงทุน และควรเป็นเงินออมที่มีสภาพคล่องสูง ต้องพร้อมนำเงินออกมาใช้ได้ตลอดเวลา อาจเลือกออมไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีออมทรัพย์แบบดิจิทัล ที่ปัจจุบันสามารถใช้แอพพลิเคชั่นของธนาคารถอนเงินจากตู้ ATM ได้ทันทีที่ต้องการ ส่วนถ้าใครมีเป้าหมายการออมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การออมเพื่อเตรียมเงินไว้ดาวน์บ้าน ดาวน์รถ หรือเตรียมไว้เป็นทุนประกอบธุรกิจ ฯลฯ อาจพิจารณาลักษณะการฝากเงินในบัญชีฝากประจำ 24 เดือนที่ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย และเป็นการสร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

เริ่มต้นลงทุนและลงทุนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มลงทุน แนะนำว่าควรเริ่มต้นโดยใช้ กองทุนรวม เนื่องจากกองทุนรวมจะมีการกระจายความเสี่ยงการลงทุน โดยมีผู้จัดการกองทุนบริหารเงินลงทุนให้กับเรา หน้าที่ของเราคือต้องเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเลือกลงทุนในกองทุนประเภทสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีนโยบายตามที่เราต้องการ ตัวอย่าง หากต้องการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวโน้มจะถอนเงินมาใช้อีกภายใน 1 ปี อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ถ้าต้องการลงทุนระยะกลางต้องการใช้เงินในอีก 3-5 ปีข้างหน้า อาจเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง ซึ่งเป็นกองทุนแบบผสมที่มีทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนในกองทุนรวมกองเดียวกัน

ส่วนการลงทุนระยะยาว เช่น การลงทุนเพื่อการเกษียณนั้น พนักงานบริษัทเอกชนควรลงทุนใน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากจะได้เงินสมทบจากนายจ้างทำให้เงินลงทุนเติบโตได้มากขึ้น และเงินที่นำส่งเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ส่วนข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะได้รับเงินสมทบและเงินชดเชยจากภาครัฐ และเงินที่สมาชิกนำส่งเข้า กบข. ทุกเดือนทั้งส่วนเงินสะสมและเงินออมเพิ่มก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน โดยเงินที่ส่งเข้า กบข. นั้น จะเป็นเงินลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุนและการลงทุนอื่น ๆ โดยในปัจจุบันสมาชิก กบข. สามารถเลือกได้ว่า ต้องการแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงระดับใด โดยผู้อยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานอาจเลือกแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อจะได้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว แต่ถ้าเป็นผู้ที่ใกล้เกษียณอาจเลือกแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อลดความผันผวนของเงินลงทุน

แม้ว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยงสูงกว่าการออม แต่สำหรับการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวแล้ว การลงทุนคือสิ่งจำเป็น เนื่องจากการฝากเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียวจะทำให้ได้รับดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้เงินของเรามีมูลค่าลดลงในอนาคตนั่นเอง สำหรับสมาชิก กบข. ที่ต้องการคำแนะนำเรื่องการออมและการลงทุน รวมทั้งการเลือกแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองนั้น สามารถนัดหมายศูนย์ข้อมูลการเงิน กบข. ได้ที่ My GPF Application เมนู “นัดหมายบริการข้อมูลการเงิน” หรืออีเมล fa@gpf.or.th