เฮดจ์ฟันด์ เสี่ยงกว่ากองทุนรวมทั่วไปจริงหรือ?

  • วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 16:09 น.

เฮดจ์ฟันด์ เสี่ยงกว่ากองทุนรวมทั่วไปจริงหรือ?

คอลัมน์ Investment Tracker

เรื่อง เฮดจ์ฟันด์ เสี่ยงกว่ากองทุนรวมทั่วไปจริงหรือ?

โดย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร

..................................................................

นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะรู้จัก เฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ว่าเป็นกองทุนที่มีนโยบายเชิงรุกและความเสี่ยงสูง เมื่อยากที่จะเข้าใจก็ทำให้ยากที่จะเข้าลงทุน ครั้งนี้เราจึงจะมาไขข้อข้องใจว่า เฮดจ์ฟันด์แปลกแตกต่างอย่างไรและเสี่ยงกว่ากองทุนทั่วไปจริงหรือไม่

เฮดจ์ฟันด์ คืออะไร ?

เฮดจ์ฟันด์ คือ กองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารเชิงรุกตามนโยบายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าคล้ายกองทุนรวมทั่วไป แต่มีความพิเศษในด้านวิธีการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนในช่วงตลาดขาลง อีกทั้งไม่มีข้อจำกัดในด้านความกระจุกตัวของสินทรัพย์ที่ลงทุน จึงอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกับตลาด และอาจผันผวนและให้ผลตอบแทนติดลบได้สูงมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ เฮดจ์ฟันด์เป็นที่รู้จักว่ามีความเสี่ยงสูงมากกว่ากองทุนทั่วไป นอกจากนี้ เฮดจ์ฟันด์ยังมีลักษณะพิเศษที่ถูกจำกัดให้เสนอขายเฉพาะนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น

ลักษณะพิเศษที่เฮดจ์ฟันด์แตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป

1. นโยบายการลงทุนเปิดกว้าง เฮดจ์ฟันด์มีทางเลือกการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เปิดกว้างและหลากหลาย โดยผู้จัดการกองทุนสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินมาช่วย เช่น การลงทุนในอนุพันธ์ การใช้อัตราทด การขายชอร์ต รวมถึงการใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือกต่างๆ ที่มีความซับซ้อน

2. สภาพคล่องต่ำ กองทุนอาจถูกกำหนดเวลาไม่ให้นำเงินออก (Lock-up period) หรือเปิดให้ขายคืนหน่วยลงทุนตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส จนไปถึงรายปี ทำให้สภาพคล่องของกองทุนชนิดนี้ต่ำกว่ากองทุนรวมทั่วไป

3. ระดับความเสี่ยงสูง จากกลยุทธ์การลงทุนที่ซับซ้อนและเปิดกว้างกว่ากองทุนรวมทั่วไป ทำให้เฮดจ์ฟันด์แต่ละกองทุนมีความเสี่ยงแตกต่างกันค่อนข้างมาก บางกองทุนอาจมีนโยบายจำกัดความเสี่ยงของการลงทุน ในขณะที่บางกองทุนอาจเปิดกว้างในการรับความเสี่ยง อีกทั้งเฮดจ์ฟันด์จะมีสภาพคล่องต่ำทำให้นักลงทุนต้องเข้าใจลักษณะของกองทุนและสามารถรับความเสี่ยงที่สูง

4.โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แตกต่าง จากนโยบายการลงทุนเชิงรุกที่ยืดหยุ่นและซับซ้อน ทำให้เฮดจ์ฟันด์ต้องมีผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง ดังนั้นโครงสร้างและรูปแบบค่าธรรมเนียมของเฮดจ์ฟันด์จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผลตอบแทนที่กองทุนสร้างได้ในแต่ละปี

5. การเข้าถึงโอกาสการลงทุนจำกัด ด้วยข้อลักษณะพิเศษดังกล่าวข้างต้น ทำให้ สำนักงาน กลต. อนุญาตให้เฮดจ์ฟันด์ เสนอขายให้ได้เฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนประเภท รายใหญ่พิเศษ (II/UHNW) เท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่านักลงทุนเป็นผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และนักลงทุนจะต้องรับทราบถึงผลกระทบจากเหตุการณ์เชิงลบมากที่สุดต่อการลงทุน (Worst Case Scenario) อีกด้วย

ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เฮดจ์ฟันด์ถูกมองว่าเป็นกองทุนที่อาจมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ปัจจุบันก็มีเฮดจ์ฟันด์ ประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยมีนโยบายควบคุมความเสี่ยงในระดับที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทำให้นักลงทุนรายใหญ่พิเศษมีช่องทางเลือกในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

สำหรับนักลงทุนทั่วไป ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเฮดจ์ฟันด์ก็ยังมีช่องทางเลือกอื่นๆ เช่น กองทุนรวมประเภท Fund of Hedge Fund ที่เข้ามาช่วยนำเงินลงทุนไปกระจายลงทุนในเฮดจ์ฟันด์หลายๆกองทุน เพื่อขจัดข้อจำกัดทั้งในด้านสภาพคล่องต่ำ และลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากเฮดจ์ฟันด์กองใดกองหนึ่งอีกด้วย

ที่มาบางส่วน: https://www.sec.or.th/

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ