posttoday

"แสนสิริ" รุกเกมยาว ปี 69 ลุย 33 โครงการ 5.1 หมื่นล้าน โฟกัสพรีเมียม 80%

20 มกราคม 2569

ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน "แสนสิริ" ไม่ตั้งรับ "อุทัย อุทัยแสงสุข" ประกาศแผนปี 2569 เดินหน้าเปิด 33 โครงการ มูลค่า 51,000 ล้านบาท มั่นใจ Real Demand ยังแข็งแรง ดันรายได้-กำไรโตมั่นคง

KEY

POINTS

  • ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน "แสนสิริ" ไม่ตั้งรับ
  • "อุทัย อุทัยแสงสุข" ประกาศแผนปี 2569 เดินหน้าเปิด 33 โครงการ มูลค่า 51,000 ล้านบาท
  • มั่นใจ Real Demand ยังแข็งแรง ดันรายได้-กำไรโตมั่นคง

ในวันที่เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง หลายบริษัทเลือกชะลอเกม เพื่อประคองตัว แต่ไม่ใช่กับ "แสนสิริ" ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เลือกเดินเกมตรงข้าม ด้วยการวางหมากล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ชัดเจน และยึด Real Demand เป็นศูนย์กลาง

ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ปีของการเปิดโครงการใหม่ แต่คือปีของการยกระดับพอร์ตธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่สินค้า ทำเล กลยุทธ์การเงิน ไปจนถึงการสร้างรายได้ใหม่ เพื่อรับมือเศรษฐกิจผันผวนและปูทางการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคง

อุทัย  อุทัยแสงสุข

"อุทัย อุทัยแสงสุข" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคง ตั้งเป้ายอดขาย 48,000 ล้านบาท และยอดโอน 39,000 ล้านบาท

ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ ซึ่งโครงการที่จะเปิดขายในปีนี้มีที่ดินครบหมดแล้ว

หากเจาะลึกแผนการพัฒนาธุรกิจ เริ่มจากธุรกิจแนวราบ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม เปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่า 25,000 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์ ส่งดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ (นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ อณาสิริ) และบ้านที่ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และ Silver (ผู้สูงอายุหรือวางแผนเพื่อเกษียณ)

พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Sansiri Community แห่งใหม่ ที่คำนึงถึง Health and Wellness บนทำเลกรุงเทพกรีฑา ด้วยพื้นที่กว่า 142 ไร่ และเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมไฮไลต์ ด้วยการเปิดพรีเซลนาราสิริ บรมราชชนนี และ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ในเดือนมีนาคมนี้

แนวสูง (คอนโดมิเนียม) ฟื้นตัวต่อเนื่อง รุกหนัก 16 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการพัฒนาใหม่และโครงการพร้อมอยู่ รวมถึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri ประเดิมทำเลแรกเจริญนครร่วมกับมิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท

พร้อมเดินหน้า Strategic Location ในภูเก็ตด้วยโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพหาดสุรินทร์ และการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT

นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซกเมนต์ลักชัวรี ด้วยโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Pets-Welcome ที่จะเพิ่มพอร์ตเป็น 20 โครงการเพื่อตอบโจทย์คนรักสัตว์ และ Pet Parent, Well-being ที่เน้นสุขภาพกายและใจ และมุ่งสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ

"แสนสิริ" รุกเกมยาว ปี 69 ลุย 33 โครงการ 5.1 หมื่นล้าน โฟกัสพรีเมียม 80%

บริษัทเตรียมงบประมาณสำหรับการซื้อที่ดินในปี 2569 ไว้ประมาณ 2,000–3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า ขณะที่โครงการที่จะเปิดตัวในปีนี้จำนวน 33 โครงการ บริษัทมีที่ดินพร้อมพัฒนาแล้วทั้งหมด และยังมีที่ดินคงเหลือเพียงพอสำหรับการพัฒนาไปจนถึงปี 2570

ส่วนแผนการเงิน บริษัทมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระในปีนี้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท และมีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มเติมอีก 10,000–12,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้เต็มวงเงิน เนื่องจากทุกครั้งที่ออกหุ้นกู้ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว

4 กลยุทธ์หลัก รับมือเศรษฐกิจผันผวน

"ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ" ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ แสนสิริ กล่าวถึง กลยุทธ์หลักแสนสิริ รับมือเศรษฐกิจผันผวนด้วยรากฐานมั่นคงว่าอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในโหมดประคับประคองต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจปี 2569 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้ความเชี่ยวชาญและการวางแผนที่แม่นยำรองรับเศรษฐกิจผันผวน พร้อมเดินหน้า 4 กลยุทธ์หลัก

1. รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium) ปีนี้ยังคงเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในนี้ในสัดส่วนที่สูงถึง 80% โดยจะเลือกเปิดในทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้บริโภค และบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรักษาสภาพคล่อง (ในช่วงต้นปี 2568-2569 บริษัทยังคงรักษาปริมาณสินค้าคงเหลือที่พร้อมโอนสำหรับแนวสูงในระดับที่เหมาะสมคือ 3,200 – 3,400 ยูนิต

ในขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มีอัตราการระบายสต็อกได้ดี สะท้อนถึงความต้องการซื้อในกลุ่ม Real Demand ที่มีต่อแบรนด์แสนสิริ)

2. ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด ด้วยจุดแข็งของแสนสิริในด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ บริการหลังการขาย ตลอดจนมุ่งเน้นทางด้านความยั่งยืน ผ่านการส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก สร้างมูลค่าเพิ่มที่เหนือกว่าในระยะยาว

และทุกโครงการของแสนสิริยังมั่นใจถึงคุณภาพในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยด้วยทีมงานมืออาชีพ ตอบโจทย์ทุกการดูแลจากบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24

ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ

3. ปั้น New S-Curve เร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว อาทิ ต้นแบบCrafted by Sansiri ธุรกิจรับสร้างบ้านที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 100% (แตะระดับ 500 ล้านบาท)

พร้อมจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจศักยภาพสูงอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี

4. ขยายการร่วมทุน (Joint Venture) เสริมความแกร่งโครงสร้างทางการเงิน เดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet Management) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคต

ปัจจุบันแสนสิริมี Backlog แข็งแกร่งกว่า 19,700 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปี 2569 กว่า 10,000 ล้านบาท เสริมทัพด้วย 10 คอนโดสร้างเสร็จใหม่ (Ready to Move) มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาทซึ่งมีสต็อกพร้อมขายอีก 14,000 ล้านบาท รวมถึงรุกโครงการใหม่รูปแบบ RTM ในปีนี้จะเป็นตัวเร่งรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอน

"มั่นใจผลักดันผลประกอบการทะลุเป้าหมาย พร้อมรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง"

แผนพัฒนาโครงการในภูเก็ต

บริษัทวางแผนเปิดโครงการในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2569–2571 รวมทั้งสิ้น 20 โครงการ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทมีผลการดำเนินงานในภูเก็ตที่ดี และในปีนี้มีแผนเปิดโครงการเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ สะท้อนให้เห็นว่าภูเก็ตยังคงเป็นทำเลศักยภาพสูง

"อยากเห็นรัฐบาลส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของประเทศ"

ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ

บริษัทเตรียมงบลงทุนขยายธุรกิจใหม่ 1,000 ล้านบาท โดยมุ่งหาธุรกิจที่มีศักยภาพในการทำกำไรและสามารถเติบโตได้ดี คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของแผนดังกล่าวในช่วงปลายไตรมาส 1/2569

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แสนสิริยังคงตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสผ่านกลยุทธ์ที่แม่นยำและยืดหยุ่น มุ่งสร้างสมดุลแห่งความสำเร็จร่วมกับพันธมิตรทางการเงิน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ความแข็งแกร่งนี้พิสูจน์ได้จากผลประกอบการปี 2568 ด้วยยอดขายทะลุ 51,000 ล้านบาท ยอดโอน 36,700 ล้านบาท Sold Out รวม 29 โครงการ มูลค่า 28,800 ล้านบาท และครองแชมป์กำไรสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท (งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 68)

รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมี Dividend Yield ในระดับสูง (ราว 10%), มีสินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ เพิ่มความสามารถในการรับมือความผันผวนและรองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท นอกจากนี้แสนสิริยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการออกหุ้นกู้ ส่วนใหญ่จะ over subscribe.

ข่าวล่าสุด

ธอส. เปิดประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดสูงสุดกว่า 50% ผ่านแอปฯ GHB ALL HOME