posttoday

จับสัญญาณบวก หนุนเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย แนะเก็บ 5 หุ้นดักฟันด์โฟลว์

20 มกราคม 2569

เจาะลึกทิศทาง Fund Flow ตลาดหุ้นไทย จากวิกฤตความเชื่อมั่นปี 68 สู่สัญญาณการฟื้นตัวในปี 69 โบรกฯ แนะสะสม 5 หุ้น ดักทางเม็ดเงินต่างชาติ

KEY

POINTS

  • นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยในช่วงต้นปี 2569 ส่งสัญญาณบวกว่ากระแสเงินทุน (Fund Flow) อาจกำลังไหลกลับเข้าตลาด หลังจากที่ขายสุทธิอย่างหนักตลอดปี 2568
  • ปัจจัยสนับสนุนที่ดึงดูดเงินทุนไหลกลับ ได้แก่ ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผลที่จูงใจ สัญญาณการฟื้นตัวของเงินเฟ้อ และวัฏจักรดอกเบี้ยที่เริ่มเข้าสู่ภาวะนิ่ง
  • บล.เอเซีย พลัส แนะกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้นขนาดใหญ่เพื่อดักฟันด์โฟลว์ โดยชี้เป้า 5 หุ้นเด่นที่น่าสนใจคือ PTT, PTTEP, DELTA, IVL และ BDMS

สภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 สัญญาณทางเศรษฐกิจและตัวเลขสถิติต่างๆ เริ่มบ่งชี้ถึงการกลับทิศของกระแสเงินทุนที่น่าสนใจ 

ย้อนรอยปี 2568 ปีแห่งการขายสุทธิและความผันผวน

ตลอดปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยสูงถึง 107,059.60 ล้านบาท โดยหากพิจารณาเป็นรายเดือนจะเห็นภาพความต่อเนื่องของการขายดังนี้

  • ช่วงครึ่งปีแรก: ต่างชาติเทขายติดต่อกันยาวนานถึง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) รวม 78,692.76 ล้านบาท โดยเดือนที่มีการขายหนักที่สุดคือเดือน มี.ค.ซึ่งมียอดขายสุทธิสูงถึง 21,865.52 ล้านบาท
  • ความผันผวนในครึ่งปีหลัง: แม้จะมีการสลับกลับมาซื้อสุทธิในเดือน ก.ค. ประมาณ 16,142.32 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นก็กลับไปขายสุทธิต่อเนื่องอีก 4 เดือน (ส.ค.-พ.ย.) รวม 50,562.06 ล้านบาท ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยการซื้อสุทธิในเดือน ธ.ค. เพียงเล็กน้อยที่ 6,052.90 ล้านบาท

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยกดดันสำคัญในปี 2568 ที่ทำให้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย สลับไปพักเงินในตลาดตราสารหนี้ 72,000 ล้านบาท ประกอบด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายประการ ได้แก่

  • นโยบายการเงิน: กนง. มีการเร่งลดอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง จนเหลือเพียง 1.25%
  • สภาวะเงินฝืด: ประเทศไทยเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องกัน 9 เดือน (เม.ย.-ธ.ค.2568) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ -1.4%
  • วิกฤตซ้ำซ้อน: ปัจจัยลบจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม ความไม่แน่นอนทางการเมือง และนโยบายการคลังที่ขาดความต่อเนื่อง

Fund Flow ไหลเข้าออกตลาดหุ้นไทย Generate by NotebookLM

สัญญาณบวกและการกลับทิศของ Fund Flow ในปี 2569

เมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-19 ม.ค. 2569) พบว่า ภาพรวมนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิแล้วกว่า 3,834.82 ล้านบาท สิ่งที่น่าจับตาคือการซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการในช่วงวันที่ 14-19 ม.ค.2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว

บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า เหตุผลสนับสนุน Fund Flow มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย

  • Market Cap: ปัจจุบัน Market Cap ของตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าสูงถึง 17.9 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่กว่าตลาดหุ้นที่มีมูลค่า 16.1 ล้านล้านบาท
  • Dividend Yield Gap ที่จูงใจ: ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นไทยกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Gap) กว้างถึง 3% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2559 และ 2565 ซึ่งเป็นปีที่ต่างชาติเคยเข้าซื้อสุทธิอย่างหนัก (78,000 ล้านบาท และ 203,000 ล้านบาท ตามลำดับ)
  • การฟื้นตัวของเงินเฟ้อ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาว 10 ปีของไทยเริ่มปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.84% และมีลักษณะของ Yield Curve แบบ Bear Steepening ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องเงินฝืด และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในเร็ว ๆ นี้
  • วงจรดอกเบี้ยนิ่ง: จากสถิติในอดีต เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจนถึงจุดนิ่งและเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัว ตลาดหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีเสมอ

กลยุทธ์การลงทุน ดักทางเม็ดเงินต่างชาติ

จากแนวโน้มที่ Fund Flow มีโอกาสไหลกลับทิศสลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในปี 2569 บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Market Cap ขนาดใหญ่ ซึ่งมักเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ

หุ้นเด่นที่น่าจับตามองเพื่อรับกระแส Fund Flow ได้แก่ PTT, PTTEP, DELTA, IVL, BDMS 

ข่าวล่าสุด

MedGemma 1.5 โมเดล AI อ่าน MRI และ CT จาก Google เปิดให้ใช้ฟรีแล้ว