จับสัญญาณบวก หนุนเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย แนะเก็บ 5 หุ้นดักฟันด์โฟลว์
เจาะลึกทิศทาง Fund Flow ตลาดหุ้นไทย จากวิกฤตความเชื่อมั่นปี 68 สู่สัญญาณการฟื้นตัวในปี 69 โบรกฯ แนะสะสม 5 หุ้น ดักทางเม็ดเงินต่างชาติ
KEY
POINTS
- นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยในช่วงต้นปี 2569 ส่งสัญญาณบวกว่ากระแสเงินทุน (Fund Flow) อาจกำลังไหลกลับเข้าตลาด หลังจากที่ขายสุทธิอย่างหนักตลอดปี 2568
- ปัจจัยสนับสนุนที่ดึงดูดเงินทุนไหลกลับ ได้แก่ ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผลที่จูงใจ สัญญาณการฟื้นตัวของเงินเฟ้อ และวัฏจักรดอกเบี้ยที่เริ่มเข้าสู่ภาวะนิ่ง
- บล.เอเซีย พลัส แนะกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้นขนาดใหญ่เพื่อดักฟันด์โฟลว์ โดยชี้เป้า 5 หุ้นเด่นที่น่าสนใจคือ PTT, PTTEP, DELTA, IVL และ BDMS
สภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 สัญญาณทางเศรษฐกิจและตัวเลขสถิติต่างๆ เริ่มบ่งชี้ถึงการกลับทิศของกระแสเงินทุนที่น่าสนใจ
ย้อนรอยปี 2568 ปีแห่งการขายสุทธิและความผันผวน
ตลอดปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยสูงถึง 107,059.60 ล้านบาท โดยหากพิจารณาเป็นรายเดือนจะเห็นภาพความต่อเนื่องของการขายดังนี้
- ช่วงครึ่งปีแรก: ต่างชาติเทขายติดต่อกันยาวนานถึง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) รวม 78,692.76 ล้านบาท โดยเดือนที่มีการขายหนักที่สุดคือเดือน มี.ค.ซึ่งมียอดขายสุทธิสูงถึง 21,865.52 ล้านบาท
- ความผันผวนในครึ่งปีหลัง: แม้จะมีการสลับกลับมาซื้อสุทธิในเดือน ก.ค. ประมาณ 16,142.32 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นก็กลับไปขายสุทธิต่อเนื่องอีก 4 เดือน (ส.ค.-พ.ย.) รวม 50,562.06 ล้านบาท ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยการซื้อสุทธิในเดือน ธ.ค. เพียงเล็กน้อยที่ 6,052.90 ล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยกดดันสำคัญในปี 2568 ที่ทำให้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย สลับไปพักเงินในตลาดตราสารหนี้ 72,000 ล้านบาท ประกอบด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายประการ ได้แก่
- นโยบายการเงิน: กนง. มีการเร่งลดอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง จนเหลือเพียง 1.25%
- สภาวะเงินฝืด: ประเทศไทยเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องกัน 9 เดือน (เม.ย.-ธ.ค.2568) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ -1.4%
- วิกฤตซ้ำซ้อน: ปัจจัยลบจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม ความไม่แน่นอนทางการเมือง และนโยบายการคลังที่ขาดความต่อเนื่อง
สัญญาณบวกและการกลับทิศของ Fund Flow ในปี 2569
เมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-19 ม.ค. 2569) พบว่า ภาพรวมนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิแล้วกว่า 3,834.82 ล้านบาท สิ่งที่น่าจับตาคือการซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการในช่วงวันที่ 14-19 ม.ค.2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว
บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า เหตุผลสนับสนุน Fund Flow มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย
- Market Cap: ปัจจุบัน Market Cap ของตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าสูงถึง 17.9 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่กว่าตลาดหุ้นที่มีมูลค่า 16.1 ล้านล้านบาท
- Dividend Yield Gap ที่จูงใจ: ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นไทยกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Gap) กว้างถึง 3% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2559 และ 2565 ซึ่งเป็นปีที่ต่างชาติเคยเข้าซื้อสุทธิอย่างหนัก (78,000 ล้านบาท และ 203,000 ล้านบาท ตามลำดับ)
- การฟื้นตัวของเงินเฟ้อ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาว 10 ปีของไทยเริ่มปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.84% และมีลักษณะของ Yield Curve แบบ Bear Steepening ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องเงินฝืด และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในเร็ว ๆ นี้
- วงจรดอกเบี้ยนิ่ง: จากสถิติในอดีต เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจนถึงจุดนิ่งและเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัว ตลาดหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีเสมอ
กลยุทธ์การลงทุน ดักทางเม็ดเงินต่างชาติ
จากแนวโน้มที่ Fund Flow มีโอกาสไหลกลับทิศสลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในปี 2569 บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Market Cap ขนาดใหญ่ ซึ่งมักเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ
หุ้นเด่นที่น่าจับตามองเพื่อรับกระแส Fund Flow ได้แก่ PTT, PTTEP, DELTA, IVL, BDMS


