“ออย ธนา” เปิดใจเรื่องราวชีวิตคู่! โสดมาได้ครึ่งปี ตอนนี้โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.
“ออย ธนา” เปิดใจเรื่องราวชีวิตคู่! โสดมาได้ครึ่งปี ตอนนี้โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว
“ออย ธนา” โสดมาได้ครึ่งปี! ต้องหลอกตัวเองกว่าจะทำใจได้ ตอนนี้โฟกัสที่ลูกคนเดียว

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระเอกหนุ่ม “ออย ธนา” และภรรยา “เธอ รวรีย์” กำลังมีปัญหาหรือเปล่า เพราะทางฝ่ายชายมักจะโพสต์เรื่องราวเศร้าๆ ลงอินสตาแกรมบ่อยๆ อีกทั้งห่างหายรูปคู่ไปนาน

ล่าสุดทาง “ออย” ได้มาออก รายการแฉ ทางช่อง GMM 25 เปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตรักของตัวเองระบุว่าตนเองโสดมาเกือบครึ่งปีแล้ว ตอนนี้โฟกัสที่ลูกในฐานะพ่อและแม่ พร้อมบอกอีกว่าช่วงที่ผ่านยอมรับว่ายังไม่ไหว กลัวพูดไปแล้วจุก 

"โสดครับ ตอนนี้หน้าที่ของความเป็นพ่อและแม่ช่วยกันดูแลลูก โสดเกือบครึ่งปีแล้ว เพราะว่าช่วงแรกๆ ที่ชวนมาออกรายการ ยอมรับว่ายังไม่ไหว ไม่รู้จะพูดอะไร กลัวพูดไปแล้วจุก"

ทาง “มดดำ” ได้ถามว่าเกิดมาไม่เคยจุกขนาดนี้ หนักขนาดไหน  “ออย” ได้ตอบว่า "พอเราตั้งเป้าว่าโกลด์สุดท้าย มนุษย์พ่ออย่างเรา ครอบครัวเราอยากสร้างให้ดีที่สุด แล้ววันหนึ่งมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันหายไป มันไม่รู้จะทำอะไรเลย พี่ดุ๊ก ภาณุเดช ไลน์มาคุยว่าเป็นไงบ้าง เราก็บอกไม่รู้จะทำอะไร มันแบลงค์ไปหมด เมื่อไหร่ที่อยู่คนเดียวมันก็คิดวนไปวนมา เกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร"

ส่วนเรื่องโพสต์ไอจีเศร้า ”ออย” ได้บอกไว้ว่า "มันคือการฟุ้งซ่านไม่รู้จะทำอะไร ก็หาทางออกทางนู้นทางนี้ระบาย ทั้งที่บางทีมันก็ไม่ควรบ้าง และก็ได้อ่านทุกๆ กำลังใจดีๆ จากคนอื่นพออ่านก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ตอนนี้เราก็ช่วยกันทำหน้าที่ดูแลลูกให้ดีที่สุด ช่วยกันทำส่วนตรงนี้ให้ดีที่สุด โฟกัสไปที่ลูกแล้วครับ"

"ช่วงสามเดือนละครใกล้จบก็ยังทำงานอยู่ ช่วงรอยต่อของละครมันก็ว่างด้วย และมันก็ว่างด้วย เลยเก็บตัวอยู่บ้านไม่ได้เจอใครเลย"

เมื่อ “น็อต” ได้ถามว่าการที่อยู่กับตัวเองได้ข้อคิดอะไรบ้าง "มีข้อดีได้มีเวลาคิดและทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรทำอะไร ข้อไม่ดีคือมันจะวนเวียนไปเรื่อยๆ เพราะเรายังอยู่ที่เดิม"

และได้ถามว่าตอนจบของพระเอกแฮปปี้เอนดิ้ง ได้กลับมาคืนดี ชีวิตจริงเป็นอย่างนั้นไหม "มันไม่เสมอไป เพราะทุกคนมีทางเดินที่ต่างกัน มุมมองที่ต่างกัน บทสรุปความคิดที่ไม่เหมือนกัน โจทย์มีเยอะมากมาย มันสามารถเกิดอะไรขึ้นได้กับชีวิตทุกคน บางคนที่ไม่ได้ยืนในจุดนี้ ผมเชื่อว่าจุดที่ผมยืนก็ไม่เหมือนกับที่เขายืน มันมองไม่เหมือนกัน"

"กว่าจะตั้งหลักได้ มันวนเวียนในความคิดตัวเองหลายเดือน จนรู้สึกว่าเราออกไปทำงานไม่ได้ ออกไปใช้ชีวิตไม่ได้ ไปเล่นละครไม่ได้ ไลน์คุยกับเพื่อนไม่ไหวแล้ว จะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ชีวิตเดินต่อไป ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าตัวเองควรทำอะไร เหมือนหลอกตัวเอง สะกดจิตตัวเองว่าพอแล้ว ไม่เสียใจแล้ว พอแค่นี้ แต่ก็ได้แบบหลอกๆ พยายามใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร"

”สุดท้ายตอนนี้โฟกัสที่ลูกอะไรที่เป็นประโยชน์กับลูกมากที่สุด เป็นการจบแบบเคลียร์ที่สุด”