posttoday

เสนอพรรคการเมือง 3 ทางออก ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ต้อง 'ห้ามซื้อขาย' เด็ดขาด

21 ธันวาคม 2568

หน่วยงานรัฐร่วมเสนอ 3 ทางออก ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ หลังจำนวนเด็กและเยาวชนสูบเพิ่มก้าวกระโดดกระทบต่อสุขภาพ ชี้ต้องห้ามซื้อขายเด็ดขาด

KEY

POINTS

  • เสนอ 3 กรอบนโยบาย (B-E-A) ต่อพรรคการเมือง โดยยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นสิ่งผิดกฎหมาย (Ban) ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น (Enforcement) และการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตราย (Advocate)
  • ผลสำรวจสุขภาพชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเด็กและเยาวชนไทย โดยพบว่าอัตราการสูบในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และทำให้อายุเฉลี่ยของนักสูบหน้าใหม่น้อยลง
  • ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากข้อมูลที่พบว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคนใน 5 ปี และส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เพื่อเลิกบุหรี่มวน แต่เกิดจากอิทธิพลของเพื่อน

จากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายปี 2567-2568 ซึ่งจัดทำโดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

พบว่า ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ กำลังเป็นภัยรุกคืบเด็กและเยาวชนไทยและกลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ

 

งานวิจัยพบว่า วัยรุ่นหญิงที่มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นสูงกว่าชาย ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.6% ในปี 2563 เป็น 8.4% ในปี 2568 ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลับมีแนวโน้มการสูบบุหรี่ลดลง

 

อีกทั้ง 5 ปีก่อน มีคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าราว 5 แสนคนเท่านั้น ขณะที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาถึง 1.7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน และในจำนวนนี้มีอยู่ 44% ที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวน

 

นอกจากนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังทำให้มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น รวมถึงช่วงอายุที่เริ่มสูบครั้งแรกก็น้อยลง เช่น ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรกคือ 11 ปี

 

ไม่เพียงเท่านั้น จากจำนวนผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดในปัจจุบัน มีถึง 5 แสนคน ที่เพิ่งเริ่มสูบครั้งแรกในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

อีกทั้งนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา จำนวนนักสูบหน้าใหม่ที่เริ่มสูบด้วยบุหรี่ไฟฟ้ายังมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าบุหรี่มวน

และขณะนี้สูงกว่าถึง 3 เท่าแล้ว ส่วนถ้ารวมทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ปัจจุบันไทยมีนักสูบหน้าใหม่มากกว่า 7 แสนคน

 

รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ให้ข้อมูลว่า

 

สำหรับเหตุผลหลักของคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่เพื่อการเลิกบุหรี่มวน เหมือนที่กลุ่มธุรกิจที่ค้าขายบุหรี่ไฟฟ้ามักกล่าวอ้าง โดยในกลุ่มอายุ 10-14 ปี และ 15-19 ปี กว่า 70% เลือกสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเห็นเพื่อนสูบ ด้านช่องทางการหามาครอบครอง ถ้าเป็นกลุ่มเด็กจะได้มาจากเพื่อน ส่วนถ้าเป็นเด็กโตจะหาซื้อจากช่องทางออนไลน์

 

“อีกประเด็นที่น่าสนใจ ในการสำรวจสุขภาพฯ มีการถามกับกลุ่มตัวอย่างว่า รู้สึกอย่างไรกับธุรกิจยาสูบ โดยคำถามหนึ่งถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าบริษัทบุหรี่บิดเบือนความจริงเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า โดย 1 ใน 3 ของวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี ไม่เชื่อว่าบริษัทบิดเบือน ซึ่งในภาพรวมระดับภูมิภาคก็มีความเชื่อมโยงกัน คือในภูมิภาคที่มีคนตอบว่าไม่เชื่อ จะมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่สูงกว่าภาคอื่นตามลำดับ” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวเสริม

 

ชี้บุหรี่ไฟฟ้า ให้โทษเหมือนกับบุหรี่มวน

 

ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า บุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด ที่เป็นสาเหตุของการป่วยและเสียชีวิตในคนไทยจำนวนมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องทราบสถานการณ์ในการสำรวจสุขภาพครั้งนี้ด้วย

และจากข้อมูลที่พบ โดยเฉพาะสถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทยอายุ 15-29 ปี ที่ปัจจุบันมีมากถึง 1.2 ล้านคน ได้กลายเป็นภาพสะท้อนว่า ถ้ายังไม่รีบแก้ไข ต่อไปในอนาคตระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

 

 

เสนอ 3 กรอบสำคัญ ต่อพรรคการเมือง

 

รองผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ทีมนักวิจัย จะมีการนำประเด็นต่างๆ ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ นำไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และ สวรส. จะนำมาพัฒนาต่อเพื่อเสนอร่วมกับข้อเสนออื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพคนไทยในเชิงระบบ และนำเสนอต่อทุกพรรคการเมือง เพราะในปี พ.ศ. 2569 กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า คาดว่าจะอยู่ภายใต้ 3 กรอบหลักคือ B-E-A

 

B (Ban) โดยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นสิ่งผิดกฎหมายเท่านั้น และห้ามให้มีการซื้อขายโดยเด็ดขาด

E (Enforcement)  - การบังคับใช้กฎหมายต้องมีความเข้มข้น

A (Advocate) - เผยแพร่ให้คนรับรู้ถึงการปราบปรามที่เกิดขึ้น เพื่อให้สังคมเกิดการตระหนัก และการขับเคลื่อนองค์ความรู้ กระจายข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกลไกรัฐสภา กรรมาธิการสาธารณสุขวุฒิสภา รวมถึงในสื่อสังคมออนไลน์

 

ข่าวล่าสุด

ฝ่าวิกฤตพลังงาน! อยากรอดต้องฟื้นนโยบาย "ไบโอแก๊ส-ปรับสูตรปุ๋ย" ใช้ในภาคการเกษตร