จูเลีย โรเบิร์ต ซุปตาร์ค้ำฟ้า หวนร่วมงานผู้ให้กำเนิด "ผู้หญิงบานฉ่ำ"

  • วันที่ 20 เม.ย. 2559 เวลา 10:55 น.

จูเลีย โรเบิร์ต ซุปตาร์ค้ำฟ้า หวนร่วมงานผู้ให้กำเนิด "ผู้หญิงบานฉ่ำ"

คุยกับ จูเลีย โรเบิร์ต ตัวแม่แห่งภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ กับการร่วมงานกับผู้ให้กำเนิด “ผู้หญิงบานฉ่ำ” อีกครั้งใน Mother’s Day

เมื่อ 26 ปีก่อน ชื่อของจูเลีย โรเบิร์ต ได้กลายมาเป็นชื่อที่ไม่มีใครไม่รู้จัก หลังจากเธอแสดงภาพยนตร์ผลงานกำกับของแกรี่ มาร์แชลเรื่อง Pretty Woman หรือ “ผู้หญิงบานฉ่ำ” ในชื่อไทย ที่ได้ทำให้จูเลีย โรเบิร์ต ซึ่งยังเป็นนักแสดงสาวดาวรุ่ง ณ เวลานั้น ก้าวขึ้นชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รวมทั้งได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์ตลกอีกด้วย

เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็เปล่งประกายความเป็นซูเปอร์สตาร์ในภาพยนตร์อีกมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Notting Hill และ Runaway Bride ที่เล่นเอาแฟนๆ กรี๊ดกันไปตัวโลก มาจนกระทั่งภาพยนตร์อย่าง Erin Brockovich ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลสูงสุดในชีวิต นั่นคือรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ส่งจูเลีย โรเบิร์ต ขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวแม่แห่งวงการโรแมนติก คอเมดี้ของฮอลลีวูดอย่างเต็มภาคภูมิ ตลอดเส้นทางอาชีพของเธอ คว้ารางวัลด้านการแสดงไปถึง 50 รางวัล รวมทั้งเข้าชิงอีกกว่า 84 ครั้ง

    5 พฤษภาคมนี้ ผู้หญิงบานฉ่ำคนนี้จะได้มาร่วมงานกับแกรี่ มาร์แชล ผู้เปิดเส้นทางให้เธอก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์อันดับต้นๆ ของโลกอีกครั้ง ในภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้แสนอบอุ่นปนเสียงหัวเราะ เรื่องราวของคน 5 คนอย่าง แซนดี้ (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงสองลูกชายสุดป่วน เพราะสามีแต่งงานใหม่กับสาววัยรุ่นสุดเซ็กซี่   แบรดลีย์ (เจสัน ซูเดคิส) คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำหน้าที่เป็นแม่ด้วยตัวเอง เจสซี่ (เคท ฮัดสัน) สาวแกร่งที่ไม่ได้พบหน้าพูดคุยกับพ่อแม่มาหลายปี คริสติน (บริท โรเบิร์ตสัน) หญิงสาวกำพร้าที่ไม่เคยได้พบพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง และบทที่จูเลีย โรเบิร์ต จะแสดงคือ มิแรนด้า สาวเก่งเจ้าของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งยักษ์ใหญ่ ที่ตัดสินใจว่าจะไม่มีลูกไปตลอดชีวิต โชคชะตาจะพาทั้ง 5 เรื่องราวมาเกี่ยวพันกันในวันแม่แห่งชาติของอเมริกา ก่อเกิดเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้สุดอบอุ่นที่จะพาให้ทุกคนยิ้มไม่หุบไปพร้อมๆ กัน กับภาพยนตร์ Mother’s Day แม่ก็คือแม่#จบนะ

 

นี่เป็นเรื่องที่สี่ ที่คุณจะได้ร่วมงานกับแกรี่ มาร์แชล รู้สึกอย่างไรบ้าง ?

ไม่ว่าฉันจะได้เล่นหนังให้เขากี่เรื่อง ฉันก็ยังรู้สึกว่าไม่มีวันที่ฉันจะตอบแทนเขาได้หมดค่ะ หากเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เขาไม่เลือกฉันขึ้นมาแสดง Pretty Woman คงไม่มีฉันมานั่งคุยกับคุณอยู่ตรงนี้ ฉันอาจจะกลายเป็นนักแสดงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หรืออาจกลายเป็นแม่บ้านแก่หง่อมไปเลยก็ได้ พอฉันได้มาแสดงหนังให้เขาอีกครั้งในเรื่องนี้ ฉันคิดว่าจะต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุดค่ะ ฉันอยากให้หนังของเขาออกมาดีจริงๆ อีกเรื่องที่อยากบอกคือ ถึงแกรี่จะอายุ 81 แล้ว ความคิดของเขายังสดใหม่อยู่เสมอจริงๆ การทำงานกับเขาจึงสนุกมากๆ เลยค่ะ

เรื่องราวของตัวละครที่คุณแสดงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?

มิแรนด้าเป็นสาวมั่นวัยกลางคนที่บ้างาน แต่เธอก็บ้างานจนประสบความสำเร็จในชีวิต เธอมีกิจการมากมาย รวมทั้งยังเป็นนักเขียนชื่อดังอีกด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยได้สัมผัสเลยก็คือความรู้สึกของการมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เธอยุ่งจนไม่มีลูก แม้เธอเองตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีครอบครัวไปตลอดชีวิต แต่เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ ก็จะเปลี่ยนความคิดของเธอไปตลอดกาลค่ะ

สำหรับเรื่องนี้ความเป็นแม่ในเรื่องต่างไปอย่างไรจากเรื่องที่เคยเล่น ?

เราจะได้เห็นมันในหลากหลายแง่มุมมากขึ้นค่ะ อย่างใน Erin เราได้เห็นแม่หม้ายคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก สู้ทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ซึ่งค่อนข้างจะเป็นเรื่องราวที่ซีเรียส ในเรื่องนี้ความซีเรียสจะลดลง เราจะได้เห็นความรักของแม่ลูกในหลายๆ แง่มุมมากขึ้นทั้งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกสองคนอย่างแซนดี้ (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) ก็เป็นมุมของคนที่ต้องสู้เพื่อลูก แต่อาจลืมความสุขในชีวิตตัวเองไป หรืออีกด้านหนึ่ง เราก็ได้เห็นมุมมองของคนที่อยากจะได้พบกับพ่อแม่ตัวจริงสักวันอย่างมุมของคริสติน (บริท โรเบิร์ตสัน) หรือแม่แต่แม่ลูกที่ไม่ได้รักกันมากมายหรือถูกกันนัก แต่ยังห่วงใยและคิดถึงกันเสมอ อย่างบทของเคท ฮัดสัน ค่ะ มันทำให้เราได้เห็นความเป็นแม่ลูกของทุกๆ ครอบครัวบนโลก ฉันว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังของทุกๆ ครอบครัวนะ

การได้ร่วมงานกับนักแสดงตัวแม่ในเรื่องนี้ เป็นอีกสิ่งที่ทำให้คุณตื่นเต้น ?

ใช่ค่ะ ฉันกับเจนนิเฟอร์ (อนิสตัน) โตมาในช่วงเวลาเดียวกัน จากนั้นเจสันและเคทก็โตตามมา พวกเราผ่านช่วงเวลาคล้ายๆ กันมามากมาย การทำงานเลยเข้าขากันมากเลย และด้วยความที่เราเป็นรุ่นเดียวกัน มันทำให้ทุกคนเป็นเพื่อน เป็นเหมือนครอบครัวที่มีแกรี่เป็นพ่อ บรรยากาศในการทำงานอบอุ่นมากจริงๆ แต่อีกคนที่ขาดไปไม่ได้ก็คือบริท แม้เธอจะอายุคราวลูกพวกเรา แต่เธอเก่งและมีวุฒิภาวะเกินวัยมากค่ะ พวกเราเลยเหมือนมีลูกสาวดีๆ เพิ่มมาอีกคน ฉันบอกได้เลยว่า เรื่องนี้อบอุ่นทั้งนอกจอและในจอเลย

 

 

วงการฮอลลีวูดยุคนี้เปลี่ยนไปจากตอนแรกที่คุณก้าวเข้ามามากแค่ไหน ?

มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ค่ะ ทุกวันนี้อะไรก็เร็วไปหมด ถ้าตอนนี้ฉันอายุ 18 ฉันว่าตัวเองคงไม่ได้เข้าวงการ เพราะกระแสของชาวฮอลลีวูดยุคนี้มาไวไปไวมาก แค่ฉันดูก็เหนื่อยแล้ว สมัยก่อนมันง่ายกว่านี้มาก คนสมัยนั้นยังใจดีกว่าคนในยุคนี้ด้วย คงเป็นเพราะธุรกิจมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทุกอย่างเลยกลายเป็นการแข่งขันไปหมด อีกอย่างสังคมยุคนี้ การแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องง่าย ใครก็สามารถวิจารณ์สิ่งที่ไม่ชอบได้ คนที่ไม่เข้มแข็งพออาจหมดกำลังใจได้ง่ายๆ เลย

คุณมีเคล็ดลับอย่างไรในการอยู่ในวงการนี้ได้ยืนยาว ?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องมีจุดยืนของตัวเอง ไม่โอนอ่อนไปตามกระแส และมีความสุขให้ได้จากภายใน เวลาเรายิ้ม เราต้องยิ้มออกมาจากใจ อย่างฉันก็เป็นคนหนึ่งที่มีเวลาที่ยิ้มได้ มีเวลาที่ยิ้มไม่ออก แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันทำไม่ได้เลย คือการแกล้งยิ้ม เราต้องมีความสุขจากส่วนลึกจริงๆ ค่ะ เมื่อฉันมองกลับไป เวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่เป็นคนที่มีความสุขและมองโลกในแง่ดีโดยธรรมชาติ

ในชีวิตจริงคุณมีลูก3คน คุณอยากจะบอกอะไรกับตัวละครมิแรนด้าเรื่องลูกไหม ?

ฉันเข้าใจมุมของเธอนะคะ การงานของเธออาจจะยุ่งมากเกินไป เธอจึงคิดว่าคงยังไม่พร้อมพอที่จะสละเวลาให้กับครอบครัว แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอคือ หากวันใดที่เธอคิดจะมีลูก อยากให้เธอพร้อมสละเวลาทั้งหมดที่มี ให้กับเจ้าตัวน้อยซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชีวิตจริงๆ เพราะเธอจะพบว่า เมื่อมีลูก แทบจะไม่มีเวลาเหลือให้สิ่งอื่นในชีวิตเลย แต่ถึงจะไม่ว่าง มันจะเป็นความยุ่งวุ่นวายที่มีความสุขที่สุดเลย ฉันเองเคยไปนั่งสังเกตการณ์ลูกที่โรงเรียนทั้งวันเลยนะ บางทีเราก็ตัดใจออกห่างลูกไม่ได้จริงๆ ค่ะ ฉันคงไม่บังคับให้มิแรนด้ามีลูก แต่คงบอกเธอว่า หากเธอมี เธอจะติดลูกยิ่งกว่างานหลายร้อยเท่า

คุณแต่งงานกับแดนนี่ โมเดอร์ มา13ปีแล้ว มีเคล็ดลับอย่างไรในการดูแลชีวิตครอบครัว ?

ฉันพยายามทำให้เขาประทับใจทุกครั้งที่ทำได้ค่ะ นอกจากลูกแล้ว เขาก็เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน บางครั้งเขาไปเป็นตากล้องให้กับหนังที่ฉันแสดงด้วย เมื่อถึงเวลานั้น ฉันก็จะแสดงออกมาให้เขาคิดในหัวว่า “โอ้โห ไม่รู้ว่าเมียเราเล่นได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย” มันเหมือนเป็นการเติมความสดใหม่ให้ชีวิตคู่ค่ะ

 

หากบอกแม่ๆ ทั่วโลกได้ อยากจะบอกอะไร ?

ปล่อยให้ลูกๆ โตตามใจของตัวเอง และคอยมองอยู่ห่างๆ คนทุกคนควรมีทางเดินเป็นของตัวเองค่ะ และเมื่ออยู่บ้านด้วยกัน ก็ขอให้เป็นบ้าน อย่าถามลูกเรื่องที่โรงเรียนมากนัก หากไม่จำเป็น เพราะคุณเองก็คงรู้ เวลาที่กลับบ้านมาจากโรงเรียนคงไม่มีใครอยากตอบคำถามพ่อแม่ที่ว่า “วันนี้เรียนเป็นไงลูก?” ลองหาเรื่องใหม่ๆ และเรื่องที่ลูกสนใจ คุยกับเขาให้เหมือนเพื่อน การเป็นพ่อแม่ควรรักลูกแบบเข้าใจลูก ไม่ใช่รักลูกแบบเข้าใจแต่ตัวเอง

เราเห็นด้วยว่ารอยยิ้มที่จริงใจ คือสิ่งสำคัญจริงๆ และดีใจที่คุณได้กลับมาสร้างรอยยิ้มให้พวกเราในหนังเรื่องนี้อีกครั้ง

ขอบคุณมากนะคะ ฉันดีใจเช่นกันที่จะได้มอบความสุขให้ทุกๆ คน และหวังว่านอกจากฉันแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ทุกคนยิ้มได้ และเก็บความประทับใจดีๆ กลับไปสร้างความสุขกับครอบครัว ส่งความสุขต่อกันไป ช่วยกันสร้างรอยยิ้มให้โลกใบนี้ค่ะ

พบกับจูเลีย โรเบิร์ต ในบทบาทสาวมั่นไร้ทายาท ที่จะได้พบความหมายที่แท้จริงของคำว่า แม่ และครอบครัว ใน Mother’s Day แม่ก็คือแม่#จบนะ 5 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ