‘เป็นนักดนตรีได้แค่ปลายนิ้ว’ เบสท์ เดอะ วอยซ์

  • วันที่ 24 ส.ค. 2560 เวลา 13:46 น.

‘เป็นนักดนตรีได้แค่ปลายนิ้ว’ เบสท์ เดอะ วอยซ์

เรื่อง กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัยภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เส้นทางของนักดนตรีกลางคืนสู่นักร้องอาชีพอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นจริงได้อย่างชีวิตของ เบสท์-ทิฏฐินันท์ อ้นปาน แชมป์จากเวทีการประกวด เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ ตัวจริงเสียงจริงปีที่ 4 และปัจจุบันเป็นศิลปินสังกัดค่าย ไอ แอม โดยชีวิตของเขาเริ่มจากการเป็นหนุ่มเชียงใหม่ชอบเล่นกีตาร์ แล้วขยับตัวเองสู่นักร้องกลางคืน จนสุดท้ายสามารถไต่ความฝันขึ้นไปสู่นักร้องมืออาชีพ ซึ่งนอกจากความพยายามที่ต้องมีตลอดการสู้ฝัน เขายังมีเคล็ดลับด้วยการรู้จักใช้ "เทคโนโลยี" เป็นตัวช่วยตลอดเส้นทาง

ภาพของเบสท์ที่คนส่วนใหญ่เห็นจนชินตาคือผู้ชายถือไมโครโฟน และกีตาร์คู่ใจอยู่คู่กาย แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เขาสามารถร้องและเล่นดนตรีได้กลับเป็น "จอสี่เหลี่ยมขนาดพกพา" เป็นเครื่องมือช่วยแสดงโน้ตและคอร์ดซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของนักดนตรีทุกคน

รวมถึงยังใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์บทเพลงอย่างแอพการาจแบนด์ (GarageBand) แอพทำดนตรีเต็มรูปแบบที่สามารถสร้างเสียงกลอง เสียงกีตาร์ เสียงคีย์บอร์ด และเสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นประหนึ่งวงดนตรีเต็มวง

"นี่เป็นแอพพลิเคชั่นฟรี" เขากล่าว "พอเราทำดนตรีที่ต้องการเสร็จแล้ว ถ้าอยากอัดเสียงตัวเองลงไปก็สามารถเสียบแจ็กหูฟังแล้วร้องเพลงเหมือนเรากำลังคุยโทรศัพท์กับไอแพดได้เลย ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกคนสามารถทำเพลงของตัวเองได้ฟรีที่บ้านหรือที่ไหนๆ ได้ตามต้องการ อย่างตอนแข่งเดอะ วอยซ์ รอบแรก ผมทำแบ็กกิ้งแทร็กเพลง 'สิ่งเหล่านี้' จากแอพ ทำให้ผมสามารถฝึกร้องที่บ้านได้ สามารถบิดเพลงให้แปลกใหม่ และผมสามารถทำท่อนจบในแบบของผมเอง ซึ่งเป็นท่อนไม้ตายทำให้กรรมการทั้งสองท่านกดปุ่มหันมา"

เสียงสังเคราะห์จากเครื่องมืออิเล็ก ทรอนิกส์ชนิดนี้จะมีความใกล้เคียงกับเสียงดนตรีจริง ซึ่งเขายังกล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีด้านดนตรีทำให้คนทำเพลงไม่จำเป็นต้องเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกอย่าง เพราะเพียงแค่เข้าใจหลักการการทำเพลงก็สามารถใส่จังหวะกลอง เสียงกีตาร์ เสียงไวโอลิน เสียงเปียโน หรือสารพัดเสียงดนตรีเกือบทุกชนิดบนโลกลงไปในเพลงได้

"เทคโนโลยีทำให้ดนตรีกลายเป็นเรื่องง่ายมากในสมัยนี้ ซึ่งนอกจากแอพจะช่วยอำนวยความสะดวก มันยังเป็นครูสอนดนตรีให้ผมด้วยถ้าเราจะเรียนรู้มันจริงๆ อย่างการศึกษาเสียงกลองแต่ละชนิด ดูสเกลกีตาร์ว่าต้องกดแบบไหน เวลาที่เราอยากซ้อมหรือเวลาที่เราอยากทำเพลงสักเพลงหนึ่งก็หยิบจอสี่เหลี่ยมนี้ขึ้นมา ซึ่งคนที่เล่นดนตรีเป็นอยู่แล้ว จะเรียนรู้เทคนิคการใช้งานเสียงสังเคราะห์ได้เร็วกว่าคนที่ไม่เคยเล่นดนตรี เพราะด้วยศัพท์เฉพาะและความรู้สึกของนักดนตรีจะช่วยให้คล่องแคล่วขึ้น

นอกจากนี้ มันยังทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา เพราะการร้องเพลงให้ดีนอกจากเทคนิคก็คือการฝึกซ้อม เราต้องซ้อมไปเรื่อยๆ ทำซ้ำๆ จนคล่อง ดังนั้นพอมีเวลาว่างไม่ว่ามากหรือน้อยก็แค่เปิดทำนองแล้วร้องได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปหาวงดนตรีที่ไหนมาร่วมฝึกกับเรา"

ก่อนเบสท์จะใช้นามสกุล เดอะ วอยซ์ เขาเล่าว่าเคยสมัครเวที เดอะ สตาร์ ตอนอายุ 17 ปีมาก่อน แต่ไม่ผ่านแม้รอบคัดเลือก เพราะไม่มีประสบการณ์และยังร้องเพลงไม่เป็น ทว่าหนุ่มเชียงใหม่ก็ยังไม่ทิ้งเสียงดนตรีด้วยการเป็นมือกีตาร์ให้เพื่อนในวง กระทั่งได้ค้นพบตัวเองว่าสามารถพัฒนาเสียงต่อได้ เขาจึงเริ่มเรียนรู้การร้องเพลงจากรุ่นพี่และจากนักร้องมืออาชีพในยูทูบจนสามารถเป็นนักร้องกลางคืนได้ในที่สุด

หลังจากเป็นนักร้องนำ เพื่อนๆ รอบตัวก็ได้ผลักดันให้เขาทำตามฝันอีกครั้ง เบสท์จึงตัดสินใจสมัครแข่งขันรายการ เดอะ วอยซ์ ปี 4 ซึ่งหลังจากที่โค้ชโจอี้หันเก้าอี้มา นิยามคำว่า "นักร้อง" ของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย

"จากเป็นนักดนตรีที่ร้องเพลงเพื่อให้ได้เงินทุกคืน แต่ตอนนี้ผมกลายเป็นนักร้องอาชีพที่ไม่สามารถขี้เกียจหรืองอแงได้แล้ว การร้องเพลงแต่ละครั้งได้กลายเป็นสิ่งที่มีความหมายกับผมและคนฟัง ไม่ใช่แค่การร้องเพื่อได้เงินสองสามร้อย แต่ต้องร้องออกไปเพื่อสื่อสารความหมายของเพลงออกไปให้ทุกคนได้รับรู้"

เช่นเดียวกับชีวิตประจำวันที่เขาสารภาพว่าได้เปลี่ยนไปหลังจากเป็น เบสท์ เดอะ วอยซ์ ไม่ว่าจะเป็นการวางตัว การแต่งตัว หรือการพูดการจา ที่ต้องไม่มีอะไรผิดพลาดเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน

ล่าสุดเบสท์ได้ร่วมงานในโปรเจกต์ Love Status เพลงรักที่...ไม่รัก เป็น 1 ใน 8 ศิลปินจากค่ายทรู แฟนเทเชีย และไอ แอม โดยเขาได้รับหน้าที่ถ่ายทอดบทเพลงเรียกน้ำตาอย่าง นาฬิกาหัวใจ ซึ่งปล่อยให้ฟังแล้วทางยูทูบ True Fantasia รวมถึงยังสามารถติดตามผลงานและชีวิตของเขาได้ทางอินสตาแกรม thebest_v4 ให้หายคิดถึงเสียงกังวานของหนุ่มมาดนิ่งคนนี้ n

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ