เซเว่นฯถกผู้ผลิตตรึงราคาสินค้า

  • วันที่ 20 ม.ค. 2554 เวลา 20:48 น.

เซเว่น อีเลฟเว่นบีบซับพลายเออร์ตรึงราคาสินค้า ลั่นประกาศปรับราคาเจ้าสุดท้าย หวั่นลูกค้ากระทบหนัก เชื่อกำลังซื้อยังปึ๊กคาดทั้งกลุ่มเติบโต 14%

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมหารือร่วมกับผู้ประกอบการส่งสินค้า(ซับพลายเออร์) ให้กับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ตรึงสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นตามต้นทุนการผลิตหลายรายการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับกลางจนถึงระดับล่างทั่วประเทศ กว่า 7 ล้านคน/วัน

ทั้งนี้ ในกรณีที่กระทรวงการพาณิชย์อนุญาตให้ปรับราคาสินค้าขึ้น ทางบริษัทจะใช้นโยบายการประกาศขึ้นราคาเป็นรายสุดท้าย โดยต้องต้องขอความร่วมมือกับซับพลายเออร์ช่วยตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด รวมถึงบริษัทมีนโยบายการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น จากเดิมอยู่ในความพึงพอใน 100%  เป็น 120% ในปีนี้

"บริษัทได้ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ คุณภาพของสินค้าที่วางขาย โดยได้คัดเลือกสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยมออกเฉลี่ยสัปดาห์ละ 50 รายการ เพื่อให้สินค้าที่วางขายเป็นที่ต้องการและพึงพอใจกับลูกค้าสูงสุด"นายปิยะวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ยังมีความแข็งแกร่ง ทั้งด้านการลงทุนและกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ปรับตัวขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยปัญหาทางการมีความคลี่คลาย แต่ปัญหาดังกล่าวไม่กระทบต่อบรรยากาศและกำลังซื้อ เพราะผู้บริโภคสามารถแยกปัญหาที่เกิดขึ้นได้  

สำหรับแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปีนี้ภาพรวมจะเติบโต 5% ขณะที่บริษัททั้งกลุ่มจะเติบโต 13-14% แบ่งเป็นการเติบโตของแฟรนไชส์ และการขยายสาขา โดยปีนี้เตรียมขยายสาขาราว 400-500 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวน 5,800 สาขาทั่วประเทศไทย โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท

นายปิยะวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบประมาณจำนวน 3,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนพัฒนาสินค้า การบริการ การก่อสร้างโรงงานส่งสินค้าประเภทอาหารให้กับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น รวมถึงการจัดโครงการพัฒนาบุคคลากร และคู่ค้าตลอดทั้งปี

ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) จัดการสัมมนาเชิงวิชาการ ในงานซีพี ออล์ เอสเอ็มอี ฟอรั่ม 2011 เพื่อเพิ่มความรู้ เตรียมความพร้อมในการปรับกลยุทธ์ การปรับแผนการตลาดรับกับสภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้

ด้านนายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพิ่มเติมทักษะความรู้ การผลิตสินค้าให้มีความแตกต่าง โดยเน้นการพัฒนาใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1 การคิดค้นกระบวนการผลิต 2 การคิดค้นสินค้า และ 3 การคิดค้นการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์การนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง

ข่าวอื่นๆ