posttoday
เอกชนเตือนรัฐ ถ้าไม่พร้อมอย่าเร่งเปิดเมือง  วัคซีนเข็ม 2 ต้องฉีดได้ 70%

เอกชนเตือนรัฐ ถ้าไม่พร้อมอย่าเร่งเปิดเมือง วัคซีนเข็ม 2 ต้องฉีดได้ 70%

22 กันยายน 2564

หอการค้าไทยผนึก12 สมาคมการค้า แนะถอดบทเรียน ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก่อนเปิดกรุงเทพฯ หวั่นเสี่ยงติดโควิดรอบใหม่ ย้ำต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70 % ชี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

นายสนั่น  อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับ พล.ต.อ.อัศวิน  ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาคมการค้า 12 สมาคมที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้มีการนำเสนอบทเรียนจาก Phuket Sandbox(ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์) ซึ่งระบุว่าการจะเปิดกรุงเทพฯ นั้น ควรมีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มให้ถึง 70% ก่อน พร้อมกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่ชัดเจน ระบบควบคุม ระบบติดตามตัว ฯลฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งต้องพิจารณาความพร้อมอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ตัวเลขผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 2 ในกรุงเทพฯ ยังมีประมาณ 44% เท่านั้น ซึ่งหากเร่งการฉีดวัคซีนให้ได้ 70% คาดว่าจะใช้เวลาถึงประมาณวันที่ 22 ตุลาคม และยังต้องรอให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น จึงไม่ควรเร่งเปิดเมืองหากยังไม่พร้อม

ทั้งนี้ แผนที่รัฐบาลประกาศออกมาว่าประเทศไทยจะมีวัคซีนทยอยเข้ามาจำนวนมากในเดือนกันยายนและตุลาคมนั้น แต่ละพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการช่วยกระจายวัคซีนไปยังประชาชน รวมไปถึงผู้ประกอบการแต่ละรายก็มีการเตรียมความพร้อม เพื่อรับการเดินทางจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพียงแต่ต้องรอดูว่า วัคซีนจำนวนดังกล่าวจะเข้ามาตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ความสามารถในการเร่งฉีดวัคซีน และความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ดีเพียงใด ดังนั้น การเร่งเปิดเมืองจนเกินไปถือว่ามีความเสี่ยงมากพอสมควร หากรอให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีความพร้อมกว่านี้อีกสักระยะ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า โดยสิ่งสำคัญที่สุดของประชาชนในขณะนี้คือการป้องกันตัวเอง และปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตามหอการค้าไทยพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับสมาชิกในกิจการแต่ละประเภท เพื่อให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน หลัก ๆ คือ ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการฉีดวัคซีนให้ได้ 70% และกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับวัคซีน 100% นอกจากนี้ พนักงานและผู้ให้บริการในร้านค้าควรจะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และต้องตรวจ ATK ตามกำหนดระยะเวลาก่อนเปิดให้บริการ ซึ่งหากเข้าเกณฑ์และเงื่อนไข ผู้ประกอบการสามารถเตรียมที่จะเปิดกิจการได้เลย และที่สำคัญคือ ผู้ประกอบการจะต้องมีวินัย โดยย้ำว่าการเลือกที่จะเปิดประเทศประชาชนชาวไทยจะต้องได้รับวัคซีนให้มากที่สุด พร้อมมีมาตรการรองรับที่พร้อม ซึ่งจะทำให้การเปิดประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืน

“แม้ว่าการเปิดกรุงเทพฯ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า และต้องพิจารณาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่และไม่สามารถควบคุมได้ ผลกระทบที่ตามมาจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง และกระทบกับภาคสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   ทั้งนี้ หอการค้าไทยคาดว่าการเปิดกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะมีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่ยังรอดูสถานการณ์ว่า รัฐบาลจะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวเข้ามามากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินว่าคุ้มค่าต่อการเปิดดำเนินกิจการหรือไม่ เพราะหากจะต้องเปิดดำเนินการ แปลว่าต้อง RUN ระบบทั้งหมด ต้องเรียกแรงงานที่เดินทางกลับต่างจังหวัดกลับมาทำงาน ต้องเตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับ เตรียมวัตถุดิบที่ใช้ประกอบการต่าง ๆ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งหมด” นายสนั่น กล่าว

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ ภาคเอกชนมองไปที่การบริโภคและการผ่อนคลายธุรกิจในประเทศมากกว่า และทยอยเปิดตามความเสี่ยงที่จัดการได้ นอกจากนั้น การที่จะทำให้ เราสามารถเปิดเมืองได้นั้น ไม่ใช่ความรับผิดชอบของภาครัฐอย่างเดียว แต่ภาคเอกชน และประชาชน ต้องร่วมมือกันด้วย เพื่อไม่ให้การระบาดกลับมา

ข่าวล่าสุด

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร