posttoday
สิทธิโชติเปิดมติฮั้ว สว.ไม่เอกฉันท์ ชี้เสียงข้างน้อยเห็นหลักฐานโยงการเมือง

สิทธิโชติเปิดมติฮั้ว สว.ไม่เอกฉันท์ ชี้เสียงข้างน้อยเห็นหลักฐานโยงการเมือง

15 กันยายน 2569

กกต.สิทธิโชติแจงมติคดีฮั้ว สว. ข้อหาโยงนักการเมืองมีเสียง 5:2 และ 6:1 ชี้ต้อง “มองช้างทั้งตัว” พร้อมส่งเส้นเงินให้ DSI ขยายผล

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยรายละเอียดการลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. โดยยืนยันว่า มติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในหลายข้อกล่าวหาไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
 

นายสิทธิโชติระบุว่า การออกมาให้ข้อมูลไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจประธาน กกต. แต่ต้องการชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนเข้าใจมติอย่างครบถ้วน

 

หลังที่ประชุมเคยหารือกันก่อนแถลงข่าวว่า ควรเปิดเผยสัดส่วนเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในแต่ละข้อกล่าวหา

 

สำหรับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวโยงบุคคลทางการเมือง บางกรณี กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้อง และบางกรณีลงมติ 6 ต่อ 1

 

โดยนายสิทธิโชติระบุว่า ตนเองและนายชาย นครชัย กรรมการ กกต. เป็นเสียงข้างน้อยในบางกรณี เพราะเห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังว่ามีการกระทำผิด

 

นายสิทธิโชติอธิบายแนวทางพิจารณาของฝ่ายเสียงข้างน้อยว่า ต้อง “มองช้างทั้งตัว” หรือนำหลักฐานแต่ละส่วนมาประกอบกัน

 

ไม่ควรแยกพิจารณาเฉพาะเหตุการณ์ โดยพบข้อมูลการจัดทำโพยในหลายจังหวัด รวม 12 ใบ และรายชื่อผู้ได้รับเลือกในลำดับต้นสอดคล้องกับรายชื่อในโพย

 

นอกจากนี้ ยังมีคำให้การของพยานเกี่ยวกับการมอบหมายงานในพื้นที่ การนัดประชุม สว. ที่โรงแรมในกรุงเทพฯ วันที่ 21 กรกฎาคม รวมถึงข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเลือก สว. วันที่ 26 มิถุนายน และภาพโพยในโทรศัพท์มือถือที่มีข้อมูลวันเวลาบันทึกไว้
 

นายสิทธิโชติยังตั้งข้อสังเกตต่อพยานบางรายที่กลับคำให้การภายหลัง โดยเห็นว่าต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือร่วมกับสถานะของพยานและระยะเวลาที่ใช้ก่อนยื่นหนังสือกลับคำให้การ

 

ส่วนการตรวจสอบเส้นเงิน นายสิทธิโชติระบุว่า ไม่พบการโอนตรงจากนักการเมืองระดับสูง แต่พบรูปแบบใช้เงินสดหรือผ่านบุคคลใกล้ชิด ขณะที่ กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่ขยายการสอบเส้นเงินบางส่วนต่อ เนื่องจากสำนวนต้องยุติตามกรอบเวลา

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ขยายผลตามกฎหมายฟอกเงินได้ ซึ่งอาจทำให้บุคคลที่ไม่ถูกดำเนินการในชั้น กกต. ยังต้องเผชิญการตรวจสอบจากกระบวนการอื่น

 

นายสิทธิโชติย้ำว่า ความเห็นต่างภายใน กกต. เป็นเรื่องของการชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนบุคคล

 

พร้อมปฏิเสธข้อครหาเรื่อง “กกต.สีน้ำเงิน” โดยประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือ การขยายผลเส้นทางการเงินของ DSI และผลจากกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล
 

ข่าวล่าสุด

สิทธิโชติเปิดมติฮั้ว สว.ไม่เอกฉันท์ ชี้เสียงข้างน้อยเห็นหลักฐานโยงการเมือง

สิทธิโชติเปิดมติฮั้ว สว.ไม่เอกฉันท์ ชี้เสียงข้างน้อยเห็นหลักฐานโยงการเมือง