สงกรานต์ไม่คึกคักเงินสะพัด 1.1 แสนล้าน ต่ำสุดรอบ 9 ปี

วันที่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 12:54 น.
สงกรานต์ไม่คึกคักเงินสะพัด 1.1 แสนล้าน ต่ำสุดรอบ 9 ปี
คนไทยกังวลโควิดลดเที่ยวสงกรานต์ เงินสะพัด 1.1 แสนล้านบาทลดลง 16.9% สัญญาณเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นชัดเจน ชี้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ผศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย  อธิบการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 จาก 1,256 ตัวอย่าง ว่า  การใช้จ่ายเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ยังไม่คึกคักมากนัก มีเงินสะพัด  1.13 แสนล้านบาท  ต่ำสุดในรอบ 9 ปี  แม้เทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้น 63 % เนื่องจากปีก่อน เป็นปีที่ไทยงดจัดกิจกรรมสงกรานต์ทั้งหมดจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  แต่ถ้าเทียบกับปี2562 ที่มีสถานการณ์ปกติ การใช้จ่ายติดลบ 16.9%

ทั้งนี้พฤติกรรมคนไทยมีการใช้จ่ายลดลงเนื่องจากต้องการประหยัด  ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นระยะสั้น 3-5 วัน  ซึ่งพบข้อสังเกตว่า เริ่มมีบรรยากาศการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะไปเที่ยวทางภาคใต้เพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล ทั้ง โครงการเราชนะ ท่องเที่ยวคนละครึ่ง ขณะที่ภาพรวมคนยังนิยมเดินทางรถยนต์ยังเป็นตัวหลัก  

“สงกรานต์ปีนี้บรรยากาศไม่คึกคักมาก แต่ไม่ถึงกับซบเซา มีการท่องเที่ยวบ้างแต่คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายอยู่ โดยประเมินว่าเงินใช้จ่ายมาจาก เงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลคิดเป็นสัดส่วน 5% “

ผศ.ดร. ธนวรรธน์   กล่าวว่า ภาพรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวมากนัก  ซึ่งเดิมเคยคาดการณ์ว่าช่วงสงกรานต์จะมีเงินสะพัด 1.4 แสนล้านบาท แต่ตัวเลขที่สำรวจได้แค่ 1.1 แสนล้านบาท เงินหายไป 2-3 หมื่นล้านบาท  เป็นผลจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิดทำให้เชื่อว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจำเป็นต้องประหยัดไว้ก่อน

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสัญญาณเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากปัญหาโควิด ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งคนละครึ่งเฟส3  การสนับสนุนการท่องเที่ยวมากขึ้น และการดูแลภาษีมูลค่าเพิ่ม7% ต่อไปอีก 2 ปี