ขึ้นรถเมล์รับเปิดเทอมนั่งติดกันได้ เริ่ม 1 ก.ค.นี้

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 16:03 น.
ขึ้นรถเมล์รับเปิดเทอมนั่งติดกันได้ เริ่ม 1 ก.ค.นี้
ขสมก. ขานรับปลดล็อคเฟส 5 ผ่อนผันครอบครัวนั่งติดกันได้ ดีเดย์ 1 ก.ค.วันเปิดเทอม คาดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 70 % หรือวันละ 9 แสนคน

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล  ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า เตรียมผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในระบบขนส่งสาธารณะ  ตามนโยบายที่รัฐบาลปลดล็อคมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระยะที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2563  ซึ่งตรงกับวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563  ซึ่งจะมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้จะการผ่อนปรนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้สามารถ รองรับผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 70 %  โดยอนุญาตให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ เดินทางมาเป็นครอบครัวสามารถนั่งติดกันได้ บนเบาะที่นั่งที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป  ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.เพิ่มขึ้นเป็น วันละ ประมาณ 9 แสนคน

สำหรับแผนการเดินรถโดยสาร ในช่วงมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 และช่วงเปิดภาคเรียน ดังนี้ 1.จัดรถออกวิ่ง 100 % (3,000 คัน/วัน) หรือจัดรถออกวิ่งให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา  โดยมีเที่ยววิ่งเฉลี่ย วันละประมาณ 25,000 เที่ยว ซึ่งก่อนนำรถออกวิ่ง จะใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นและเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น  พร้อมทั้งติดตั้ง ขวดเจลแอลกอฮอล์  สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือ บริเวณประตูทางขึ้น

2. กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนให้มีระยะห่างกัน 1 เมตร ซึ่งรถโดยสาร 1 คัน อนุญาตให้ ผู้ใช้บริการ ยืนได้ไม่เกิน 10 คน กรณีผู้ใช้บริการเต็ม พนักงานเก็บค่าโดยสารจะติดป้ายข้อความ “ ผู้ใช้บริการเต็ม โปรดใช้บริการ รถคันถัดไป” บริเวณกระจกหน้ารถโดยสาร พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

3. กำหนดจุดนั่งเบาะคู่ (เบาะคู่ที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาททั้ง 2 เบาะ) เพิ่มเติม สำหรับให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ ผู้ใช้บริการที่เป็นครอบครัวเดียวกัน สามารถนั่งติดกันได้ 

4. ตรวจเช็คสภาพ และตรวจสอบการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ส่วนควบต่าง  ๆของรถโดยสาร ให้มีความมั่นคงแข็งแรง  พร้อมทั้งตรวจเช็คประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

5. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชันไทยชนะ บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อ

ใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์

นอกจากนี้ จะมีการตรวจวัดแอลกอฮอล์  ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติ หน้าที่บนรถโดยสาร  พร้อมทั้งกำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือทุกครั้ง ขณะปฏิบัติ หน้าที่บนรถโดยสาร

ขณะที่ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะใช้บริการรถโดยสาร  กรณีผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ เดินทางมาเป็นครอบครัว สามารถนั่งบนเบาะที่นั่งคู่ที่กำหนดไว้ (เบาะคู่ ที่ไม่มี เครื่องหมายกากบาททั้ง 2 เบาะ) ส่วนผู้ใช้บริการที่เดินทางมาคนเดียว ขอความกรุณานั่งบนเบาะที่นั่งอื่น ๆที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท