"สนธิรัตน์" ตอกย้ำนโยบายพลังงานเพื่อประชาชน ด้านเกษตรกรเฮรับรายได้เพิ่ม

วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.
"สนธิรัตน์" ตอกย้ำนโยบายพลังงานเพื่อประชาชน ด้านเกษตรกรเฮรับรายได้เพิ่ม
รมว. พลังงาน ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี โปรโมทการใช้ "B10 นโยบายน้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก" เยี่ยมชมโรงงานผลิตไบโอดีเซล (B100) ที่มีส่วนช่วยกระจายไบโอดีเซลคุณภาพสู่คลังน้ำมันทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะเดินทางปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 24 พ.ย.62  โดยเดินหน้าส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 น้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งกระทรวงพลังงานดีเดย์ ประกาศเป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานสำหรับประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

สำหรับ มาตรการส่งเสริมน้ำมันดีเซล B10 เป็นหนึ่งในกลไกด้านพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประชาชนให้กับชุมชน เพราะเป็นการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพจากไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันมาผสมในเนื้อน้ำมันดีเซล

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำจุดแข็งด้านผลผลิตทางการเกษตรของไทยมาช่วยสร้างเสถียรภาพราคาให้กับเกษตรกร ทำให้ปาล์มน้ำมันไม่ติดกับปัญหาด้านราคาเหมือนที่ผ่านมา

"หากผลักดันการใช้ B10 สำเร็จจะทำให้การใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นราว 2.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มประมาณ 40% จากปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้มีปริมาณการใช้ไบโอดีเซล 5.15 ล้านลิตรต่อวัน ก็จะเพิ่มเป็นประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวันใน ปี 2563 โดยภาคพลังงานจะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ได้ประมาณ 2 - 2.2 ล้านตันต่อปี และยังเกิดผลพลอยได้ช่วยลดมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อีกด้วย" นายสนธิรัตน์ 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตไบโอดีเซล (B100) ของบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี โดยโรงงานดังกล่าวมีพันธกิจที่สอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงาน เพราะมุ่งผลิต ไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทนลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

อีกทั้ง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถปลูกและขายผลผลิตในราคาที่เหมาะสมคุ้มค่าต่อการลงทุน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับบริษัทฯ มีการผลิต 4 ส่วน คือ ส่วนผลิตไอน้ำ ส่วนการกลั่นน้ำมันปาล์มดิบ ส่วนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และส่วนการผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค ซึ่งในส่วนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบนั้นสามารถผลิตได้รวมวันละ 1,800 ตัน โดยสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้รวมวันละ 1,000 ตันหรือ 1.15 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคสามารถผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนได้วันละ 300 ตัน

โดยกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของบริษัทฯ คือ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งจะมีคลังน้ำมันอยู่ทั่วประเทศ เพื่อกระจายสินค้าให้กับผู้ค้าน้ำมันรายย่อยในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลักอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้และใกล้เคียง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะยังได้เดินทางทำพิธีเปิด ระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียยางพารา ขนาด 500 ลูกบาศก์เมตร ที่สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าแซะ จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งสหกรณ์ดังกล่าวมีผลผลิตส่วนใหญ่เกี่ยวกับยางพารา อาทิ การรวบรวมผลผลิตยางพาราแผ่นดิบ การแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน การจัดจำหน่าย การแปรรูปยางแท่ง เป็นต้น

โดยโรงงานของสหกรณ์มีกำลังการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 ประมาณ 10 ตันต่อวัน ยางแท่ง STR 20 ประมาณ 2 ตันต่อชั่วโมง สำหรับระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียที่ได้จากยางพาราดังกล่าว ได้รับงบประมาณปี 2562 ในส่วนของโครงการลดต้นทุนพลังงานในการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรและการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตรภาคใต้ ในการก่อสร้างบ่อแก๊สชีวภาพจากน้ำเสียยางพาราขนาด 500 ลูกบาศก์เมตร งบประมาณก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนช่วยประหยัดเชื้อเพลิงไม้ฟืนที่ใช้ในการผลิตได้ประมาณ 125 ตันต่อปี จากเดิมที่มีการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวที่ 600 ตันต่อปี 

_________________________