เล็งออกโปรบุพเฟ่รถเมล์วันละ 30 บาท ยันแผนฟื้นฟู ขสมก.ไม่ปลดพนักงานรอถกเวิร์คช็อป เร็วๆนี้

วันที่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 18:15 น.
เล็งออกโปรบุพเฟ่รถเมล์วันละ 30 บาท  ยันแผนฟื้นฟู ขสมก.ไม่ปลดพนักงานรอถกเวิร์คช็อป เร็วๆนี้
'ศักดิ์สยาม' เคลียร์ม็อบรถเมล์ จัดเวิร์คช็อป ถก 5 ประเด็นร้อนขสมก. เตรียมคลอดโปรบุฟเฟต์รถเมล์ 30 บาทตลอดวัน หั่นค่าโดยสารลดลง 40% ขีดเส้นรอรถเมล์ไทยต้องไม่เกิน 5-10 นาที

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายสุระชัย ผอ.ขสมก. ไปทำความเข้าใจกับสหภาพฯ ว่าต้องการสิ่งใด โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์กับประชาชน และส่วนรวมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จะมีการกำหนดวันจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ(เวิร์คช้อป)ต่อไป ทั้งนี้ ในการเวิร์คช็อปการปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. นั้น ประกอบด้วย 5 ประเด็นหลัก คือ 1.เนื่องจากแผนฟื้นฟู ขสมก. ฉบับที่จะนำเสนอเป็นแผนฟื้นฟูที่จะทำให้ประชาชนได้ใช้บริการราคาถูกลง ค่าเดินทางด้วยรถ ขสมก.ทั้งระบบ ราคาวันละ 30 บาท ตลอดทั้งวัน และหากเป็นตั๋วรายเดือน จะมีราคาเพียง 750 บาท หรือวันละ 25 บาทเท่านั้น

2.แผนฟื้นฟูฉบับดังกล่าว ไม่มีการก่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากไม่มีการจัดซื้อรถ 3,000 คัน ตามที่แผนฟื้นฟู ฉบับเดิมเสนอไว้ แต่จะใช้วิธีบริหารจัดการเช่ารถจากเอกชนมาวิ่งแทน 3.จะมีการปรับเส้นทางให้รถเมล์ไม่วิ่งทับซ้อนกัน ซึ่งจะ สามารถลดจำนวนรถเมล์ ซึ่งเดิมการจดทะเบียนอนุญาตไว้จำนวน ประมาณ 6,000 คัน เหลือเพียง 3,000 - 3,500 คัน

4.แผนฟื้นฟูฉบับใหม่กำหนดให้รถเมล์ที่จะเช่าวิ่ง ต้องเป็นรถใช้พลังงาน ที่ไม่สร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องเป็นรถที่ใช้พลังงาน ไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงเอ็นจีวี รวมถึงต้องเป็นรถปรับอากาศเท่านั้น และ 5.ในส่วนของการดูแลสวัสดิการของพนักงานนั้น จะเป็นรูปแบบเดียวกันกับแผนฟื้นฟูฉบับก่อนที่เสนอไว้ทุกประการ

ด้านนายสุระชัย เอี่ยมวชิระสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า สำหรับแผนลงทุนจัดซื้อรถเมล์ 3,000 คันนั้น ล่าสุดได้เปลี่ยนเป็นการเช่ารถโดยสารปรับอากาศโดยจ่ายตามกิโลเมตร(กม.) บริการที่วิ่ง จำนวน 3,000 คัน ซึ่งเป็นการเช่ารถและการบริการจากเอกชนเท่านั้น ในส่วนของพนักงานขับรถยังคงเป็นพนักงาน ขสมก. ส่วนการเออร์รี่รีไทร์และการเกษียณอายุนั้น ก็ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม พร้อมทั้งจะไม่มีการปลดพนักงานตามที่มีกระแส

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันขสมก.มีพนักงานขับรถประมาณ 5,500 คน ใกล้เคียงกับจำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสารในส่วนของรถที่จะเช่า 3,000 คันนั้น ถือเป็นการบริหารต้นทุนที่ดีที่สุด และดีกว่าการจัดซื้อรถ ที่จะมีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งจากแผนการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้า จะครอบคลุมในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลในอนาคตนั้น ในอนาคต ขสมก.จะต้องปรับเป็นการให้บริการรถเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่น (Feeder)จึงมองว่าการเช่ารถระยะเวลา 7 ปี มีความคุ้มค่ามากที่สุด และในต่างประเทศ อาทิ ลอนดอน โซล ได้นำวิธีการดำเนินดังกล่าวมาใช้

นอกจากนี้อาจมีขนาดรถเล็กลงจากเดิม 12 เมตร เป็น 9-10 เมตร โดยจะเป็นระบบไฟฟ้า และเชื้อเพลิงเอ็นจีวี ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการขาดทุนสะสม และมีผลการดำเนินการเป็นกำไรต่อไป รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ดังนั้นจึงมีแผนคลอดโปรโมชั่นค่าโดยสาร 30 บาท/วัน เท่ากับว่าสามารถลดค่าโดยสารลงได้ 40% จากเดิมที่ค่ารถโดยสารปรับอากาศเฉลี่ย 50 บาท/วัน/คน ใช้บริการได้ทุกสายทุกเส้นทางกี่เที่ยวก็ได้แบบไม่อั้น ซึ่งจะทำให้ค่าเดินทางถูกลง หากต้องมีการต่อรถหลายต่อ และทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น

“ที่ผ่านมาอาจจะสื่อสารไม่ดี หรือไม่มากพอในทุกประเด็น แต่ยืนยันว่าแผนฟื้นฟู ไม่ได้แก้ทั้งหมด มีแค่การปรับเปลี่ยนจากการซื้อรถ มาเป็นการเช่ารถจากเอกชนและจ่ายเงินตามกิโลเมตรบริการที่วิ่ง ต้นทุนการซ่อมบำรุงก็ต่ำกว่า สามารถยืดหยุ่นได้ นอกจากนี้ หาก ขสมก. เดินตามแผนฟื้นฟูดังกล่าวหลังจากนี้ รัฐจะไม่ต้องมารับภาระ มีผลสุทธิเป็นกำไร และพนักงานก็อาจจะมีโบนัสด้วย” นายสุระชัย กล่าว

นายสุระชัย กล่าวถึง การปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ที่ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนกับระบบขนส่งมวลชนหลักหรือระบบรถไฟฟ้า ทั้งยังเพื่อให้เกิดความกระชับขึ้น และสามารถเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ โดยขสมก.ตั้งเป้าไว้ว่า หากลดการทับซ้อนของเส้นทางแล้วนั้น ในอนาคตผู้โดยสารจะรอรถที่ป้ายหยุดรถประจำทางไม่เกิน 5-10 นาที เนื่องจากจะมีรถมากขึ้น