'นกแอร์'สะบัดปีก บุกเมืองรองเอเชีย เปิดรันเวย์บินตรงดอนเมือง-ฮิโรชิมา

วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 19:35 น.
'นกแอร์'สะบัดปีก บุกเมืองรองเอเชีย เปิดรันเวย์บินตรงดอนเมือง-ฮิโรชิมา
'นกแอร์' ปูพรมบุกเมืองรองเอเชีย จ่อเพิ่มเส้นทางบินใหม่กรุงเทพ-ญี่ปุ่น ตั้งเป้าสัดส่วนบินต่างประเทศ 30% รอชงแผนฟื้นฟูเข้าบอร์ด ต้นธ.ค.นี้

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ สายการบินนกแอร์เตรียมเปิดบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสาร ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มนักธุรกิจ เนื่องจากเมืองฮิโรชิม่า ยังถือเป็นอีกเมืองอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางดังกล่าวนั้น จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางเหลือเพียง 5 ชั่วโมง(ชม.)เท่านั้น จากเดิมจะต้องนั่งเครื่องบินไปยังโอซาก้า ต่อด้วยการนั่งรถไฟชิงคันเซ็นเพื่อไปยังเมืองฮิโรชิม่า ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 ชม.

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเปิดเส้นทางบินใหม่ที่มีศักยภาพในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่นและจีน เพื่อเป็นเส้นทางบินเมืองรองที่ช่วยสร้างทำกำไร เช่น วิสาขปัตนัม (อินเดีย) โอกินาว่า (ญี่ปุ่น) คาโกชิม่า (ญี่ปุ่น) เหอเป่ย (จีน) เป็นต้น รวมถึงมีแผนเพิ่มจุดบินจากเชียงใหม่ และภูเก็ต ไปยังประเทศจีน อาทิ ภูเก็ต-เซี่ยงไฮ้ เชียงใหม่-เซี่ยงไฮ้ อีกทั้งจะมีการบินเสริมในเส้นทางดอนเมือง-หนานจิงให้กับสายการบินนกสกู๊ตในบางเส้นทางด้วย

ขณะเดียวกัน สายการบินนกแอร์ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนเส้นทางบินต่างประเทศเป็น 30% จากในปัจจุบันอยู่ที่ 20% ทั้งในส่วนของเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์)และเที่ยวบินประจำ เพื่อเพิ่มรายได้เสริม และช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการด้วย

อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้ ทางนกแอร์เตรียมรับมอบเครื่องบินเช่ารุ่น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 2 ลำ เพื่อให้สามารถทำการบินเพิ่มปริมาณการผลิตผู้โดยสารได้ 10% ส่งผลทำให้ มีฝูงบินมีรวม 24 ลำแบ่งเป็น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 16 ลำ และเครื่องบินใบพัด Q-400 จำนวน 8 ลำ ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้เครื่องบิน ในปีนี้ให้ได้ 11 ชม.ต่อลำต่อวัน และเป็น 12 ชม.ต่อลำต่อวันในปี 2563 โดยจะทำการบินระยะทางไกลขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน

นายวุฒิภูมิ กล่าวว่า ทางนกแอร์เตรียมนำเสนอแผนธุรกิจ ปี 2563 ให้คณะกรรมการฯพิจารณาในต้นเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากมีการทบทวนแผนฟื้นฟูฯเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหากมีการอนุมัติแล้วก็ก็คาดว่าจะมีความชัดเจนในส่วนของการเพิ่มทุนว่าจะต้องมีการเพิ่มทุนหรือไม่