'พาณิชย์' ดึงเอกชนไทยจับคู่ธุรกิจสินค้าเกษตร 5 ประเภท 7 พันล้านบาท

วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 11:25 น.
'พาณิชย์' ดึงเอกชนไทยจับคู่ธุรกิจสินค้าเกษตร 5 ประเภท 7 พันล้านบาท
'จุรินทร์' นั่งหัวโต๊ะลงนามจับคู่ธุรกิจสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป กับ 5 ชาติ หวังเร่งมูลค่าส่งออกอีก 7 พันล้านบาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธานสักขีพยานลงนามข้อตกลง MOUในงานการจับคู่ธุรกิจ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ว่า การลงนามครั้งนี้เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและใช้เวทีการเจรจาการค้าโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป

ทั้งนี้เบื้องต้นมูลค่าการเจรจาจากการจัดโครงการจับคู่ธุรกิจ (Bisiness Matching) สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป คิดเป็นจำนวน 232.6 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,980 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.มูลค่าการเจรจาจากการลงนาม MOU ระหว่างบริษัทไทย และคู่ค้าต่างประเทศได้แก่ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน และอินเดีย จำนวน 14 ฉบับมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 138.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,160 ล้านบาทประกอบด้วย สินค้าข้าว (ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอม ข้าวขาว ข้าวเหนียว) ปริมาณรวม 145,000 ตัน มีระยะเวลา1 ปีขณะที่สินค้าผลไม้อบแห้ง มะพร้าวอบแห้งมะม่วงอบแห้ง 500 ตู้ ภายในเวลา 5 ปี สินค้ามะขามหวาน 20 ตู้ ภายใน1 ปี

การลงนาม MOU ข้อตกลงซื้อขายสินค้าเกษตรระหว่างกรมกับ Bigbasket.com (บริษัท Supermarket Grocery Supplies Pvt.Ltd.)(5ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 150 ล้านบาท) ภายในระยะเวลา 2 ปี และมูลค่าคาดการณ์การค้าภายในงานเจรจาจับคู่ธุรกิจ คิดเป็นจำนวน 94 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2,820 ล้านบาท

"วันนี้ถือว่าเป็นวันพิเศษที่มีโอกาสจัดให้มีการพบปะกันระหว่างผู้ส่งออกของไทยและผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆที่มาจากทั้งประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ อาเซียน ตะวันออกกลาง สหภาพยุโรป อเมริกา และแอฟริกา รวมทั้งสิ้น 176 บริษัท ขณะเดียวกันก็มีบริษัทจากประเทศไทยที่เป็นผู้ส่งออกมารวมกันอยู่ในที่นี้รวมทั้งสิ้น 150 บริษัท เพื่อเจรจาทำธุรกิจกัน ก่อให้เกิดการซื้อขายระหว่างกันที่สามารถคำนวณเป็นตัวเลขส่งออกของประเทศไทยได้ในทันที โดยสินค้าที่จะนำมาใช้ในการเจรจาซื้อขายกันในที่ประชุมแห่งนี้ประกอบด้วยสินค้าทั้งหมด 5 หมวด ซึ่งจะมุ่งเน้นสินค้าทางการเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูป ประกอบด้วยยางพารา มันสำปะหลัง ข้าว ผลไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ"นายจุรินทร์ กล่าว