"ศักดิ์สยาม"หนุนเดินหน้าเทอร์มินอล2สุวรรณภูมิตามแผน หวังแก้ปัญหาแออัดสนามบิน

  • วันที่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 11:30 น.

"ศักดิ์สยาม"หนุนเดินหน้าเทอร์มินอล2สุวรรณภูมิตามแผน หวังแก้ปัญหาแออัดสนามบิน

รมว.คมนาคมสั่งทอท.แก้ปัญหาด่านตม.ดอนเมืองแออัด นัดมอบนโยบายผู้บริหาร 21 ส.ค.นี้ เชื่อเทอร์มินอล 2 แล้วเสร็จรองรับนักท่องเที่ยวขยายตัวในอนาคต

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ส.ค.นี้จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความแออัดภายในสนามบิน ซึ่งจากการหารือกับตัวแทนของรัฐบาลจีนนั้นได้มีข้อแนะนำให้กระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาคอขวดบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ของสนามบินดอนเมือง ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวต้องรอเป็นระยะเวลานาน โดยได้สั่งการให้ ทอท. ไปหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อรองรับตัวเลขนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ช่วงปลายปีนี้ โดยจะใช้แนวทางมาตรการ “ยกเว้นวีซ่า” หรือ Visa on Arrival (VoA) แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทยกำหนดให้พำนักในไทยได้ 15 วัน เป็นระยะเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2562 – 31 ต.ค. 2563 ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นกรุ๊ปทัวร์กระจุกตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอวีซ่าแบบ VoA ส่งผลให้เกิดความแออัดที่สนามบิน โดยเฉพาะที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต

ปัจจุบันสนามบินหลักของประเทศหลายแห่งประสบปัญหาความแออัด โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีผู้โดยสาร 60-70 ล้านคนต่อปี ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (เทอร์มินอล2)เพื่อส่งเสริมศักยภาพสนามบินตามแผนแม่บทใหม่ของ ทอท. ซึ่งหากพัฒนาตามแผนแม่บทเดิม คือ ทยอยก่อสร้างเป็นลำดับนั้นจะไม่ทันต่อการเติบโตของผู้โดยสารและอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคต เรื่องนี้จะมีการสอบถามความคืบหน้าในวันท่ 21 ส.ค.นี้

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เตรียมเรียกประชุมหน่วยงานเพื่อหารือการนำยางพาราไปใช้เป็นส่วนผสมในโครงการก่อสร้าง ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)กรมทางหลวงกรมทางหลวงชนบท (ทช.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)รวมถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) ซึ่งหลังจากนี้โครงการก่อสร้างจะต้องนำยางพารามาใช้ทุกโครงการให้มากที่สุด ไม่เพียงแค่กรมทางหลวงกรมทางหลวงชนบท และจากตัวเลขที่ได้รับรายงานปริมาณยางที่จะนำมาใช้ 50,000 ตัน เป็นจำนวนที่น้อยมาก

อย่างไรก็ตามตั้งเป้าหมายว่ากระทรวงคมนาคมจะต้องนำยางพารามาใช้5-6 แสนตัน ทั้งการซ่อมแซมถนนการทำหมอนรองรถไฟ การสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง การก่อสร้างถนนในสนามบิน การสร้างแบริเออ (Barrier) เกาะกลางถนนซึ่งทั้งหมดถือว่าในต่างประเทศมีการดำเนินการในลักษณะนี้ โดยจะสรุปรายละเอียดเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป พร้อมกับหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภาคเอกชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง

 

ข่าวอื่นๆ