ลุ้นเลือกตั้งปลดล็อกเศรษฐกิจไทย

วันที่ 18 ม.ค. 2562 เวลา 07:24 น.
ลุ้นเลือกตั้งปลดล็อกเศรษฐกิจไทย
 

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี 2561 หัวข้อ "เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มเข้ามาภายในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน แต่จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อเศรษฐกิจไทย ผู้เชี่ยวชาญแต่ละภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นเบร็กซิต สงครามการค้า ซึ่งไม่ได้จบแค่จีน แต่อาจจะมีการกีดกันการค้าในประเทศอื่นๆ ตามมาด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว 3.8% แต่จากโครงการลงทุนในอีอีซีจะสร้างศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์การลงทุนในอีอีซีรวม 1.7 ล้านล้านบาท หรือ เฉลี่ยลงทุนปีละ 3 แสนล้านบาท จะผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อีก 2% เพราะฉะนั้นอีอีซีเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการผลักดันการเติบโตจากภายใน ต่อเนื่องในช่วง 5 ปีจากนี้

"ถามว่าการเลือกตั้งจะมีผลกระทบต่ออีอีซีหรือไม่ บอกเลยว่าไม่มี เพราะอีอีซีมี พ.ร.บ.ของตัวเอง มีงบประมาณดำเนินการ มีคณะกรรมการ และนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง เพราะฉะนั้นหลังเลือกตั้งไม่ว่าใครเข้ามาจะมีคนทำโครงการต่อเนื่อง" คณิศ กล่าว

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะถูกคาดหวังจากภาคเอกชน หากนโยบายขับเคลื่อนไปได้ การลงทุนซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเดินต่อไป เพราะฉะนั้น นักลงทุนอาจรอให้มีความชัดเจนหลังการเลือกตั้งก่อนตัดสินใจลงทุน ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้น การเลือกตั้งจะส่งผลให้ระยะสั้น

"การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผลมากต่อเศรษฐกิจไทย ถ้าไม่เลือกตั้งการลงทุนก็ชะลอหมด ถ้าได้รัฐบาลชุดเดิมก็โชคดี นโยบายต่างๆ เดินหน้าต่อได้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลอีกฝั่งหนึ่ง ต้องมาดูว่านโยบายจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร" ไพบูลย์ กล่าว

ในแง่ตลาดทุน ขณะนี้คลายความกังวลไปได้ เนื่องจากเฟดปรับเปลี่ยนนโยบายการขึ้นดอกเบี้ย และลดการใช้มาตรการดึงเงินจากระบบ ทำให้ตลาดทุนคลายความตึงเครียด ขณะที่เศรษฐกิจในสหรัฐชะลอตัวจากการเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศที่ดีขั้น อัตราการว่างงานที่ต่ำสุดในรอบ 60 ปี ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลดีต่อตลาดเกิดใหม่ ทำให้เงินทุนไหลกลับเข้ามา

เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งถือเป็นปัจจัยบวกของทุกสำนัก ท่ามกลางปัจจัยลบจำนวนมาก ทั้งสงครามการค้า ดอกเบี้ยขาขึ้น ค่าเงินและราคาน้ำมันที่ผันผวน อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย การเติบโตของการท่องเที่ยว ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 4% ในปีนี้ โดยไตรมาสแรกคาดว่าจะขยายตัว 3.5% ไตรมาสสอง 3.8% ไตรมาสสาม 4.8% จะเห็นภาพการลงทุนชัดเจนหลังการเลือกตั้ง และไตรมาสสี่คาดว่าจะขยายตัว 4%

"การเลือกตั้งจะมีผลต่อเศรษฐกิจ แม้จะไม่ใช่โดยตรง แต่กระทบต่อความเชื่อมั่น จะเห็นได้ว่าหลังจากประกาศว่ามีการเลือกตั้ง ทำให้ความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.3% หรือคิดเป็นมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท ต่างชาติจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการลงทุน การบริโภคขยายตัว มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.2%" เสาวณีย์ กล่าว

ขณะที่ กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดหวังสูงว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ให้เอื้อต่อการส่งออก เพราะที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการส่งออก เช่น การขนส่งทางถนน ซึ่ง สรท.อยากผลักดันระบบขนส่งทางราง ที่จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้มาก รวมทั้งการเจรจาทางการค้าต่างๆ เช่น เอฟทีเอ ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่มาดำเนินการ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต