เตือนภัย !!  พระโบกรถ ไม่จำเป็นอย่าจอด เป็นกลลวง !

วันที่ 02 ก.พ. 2563 เวลา 08:07 น.
เตือนภัย !!  พระโบกรถ ไม่จำเป็นอย่าจอด เป็นกลลวง !
โดย อุทัย มณี  (เปรียญ)

ผู้เขียนเห็นโพสต์เตือนว่า “เตือนภัย พระโบกรถ ไม่จำเป็นอย่าจอด เป็นกลลวง !”

ในฐานะนักบวชเก่า อาศัยผ้าเหลือง อาศัยข้าวชาวบ้านเลี้ยงชีพมานับสิบปี โพสต์นี้แล้ว  “ทะลุถึงหัวใจ” เจ็บแสบทุกครั้ง สงสารพระดี ๆ ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบได้รับผลกระทบไปด้วย เรื่องนี้ไม่เชื่อก็ไม่ได้ เพราะผู้เขียนเคยประสบกับตัวเมืองหลายปีมาแล้ว ณ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตอนท้าย ๆ จะเล่าให้ฟัง

ข่าวคราวแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จะว่าไปข่าวปลอมก็ไม่เชิง ข่าวจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สำหรับข่าวพระโบกรถ แล้วขอปัจจัย แต่ที่แน่ ๆ คณะสงฆ์เราก็ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรเลย อย่างล่าสุด หนุ่มรายหนึ่ง โพสต์ลงเฟสบุ๊ก ระบุว่า

ผมเดินทางจากกทม.ไปอุดรธานี ได้เจอพระสองรูปยืนโบกรถข้างทาง เลยน้ำพองจะเข้าอุดรฯ ก็เลยจอดรับ ก่อนขึ้นก็ถามว่าท่านจะไปไหน ??  ท่านก็บอกว่าจะไปโนนสะอาด ก่อนถึงกุมภวาปี พอถึงก็จอดให้ลง และพระก็ให้พร พอจะขึ้นรถไปต่อ ท่านก็ขอปัจจัยจะไปซื้ออุปกรณ์เดินธุดงค์ในป่า ก็เลยถวายไป 500 จนต่อมา คนที่ทำงานกลับอุดรเหมือนกัน เจอพระโบกรถเหมือนกัน และก็ขอปัจจัยเหมือนกันเป๊ะ

นอกจากหนุ่มรายนี้แล้ว ยังมีสาวรายหนึ่ง เล่าเหตุการณ์คล้ายๆกันว่า ขับรถไปรับสามีที่บ้านหนองเม็ก อ.หนองหาน อุดรธานี ขณะที่ขับผ่านบ้านหนองเม็กพบว่ามีพระสงฆ์ 1 รูป ยืนข้างถนนโบกรถยนต์ แต่ไม่มีใครจอด สามีจึงรับมาแล้วกลับเส้นทางเดิม โดยครั้งนี้ก็ยังเจออีก ตนนึกขึ้นได้ว่า เป็นพระที่เจอเมื่อปีที่แล้ว ตนจึงจอดรับและพระก็บอกให้ไปส่ง ซึ่งตนได้ไปส่งแต่ไม่ถึงที่หมาย เพราะไปคนละเส้นทางกัน จึงจอดให้พระรูปดังกล่างลงข้างทางเพื่อให้ไปต่อรถ

จากนั้นพระก็ขอเงินค่ารถโดยสาร ตนเลยให้ไป 200 บาท แต่พระบอกไม่พอต้อง 300 บาท ถึงจะพอค่าเดินทาง ด้วยความตกใจตนจึงให้ไป 300 บาท จากนั้นเมื่อขับรถผ่านถนนเส้นนี้ก็จะพบพระมายืนโบกรถอยู่หลายครั้ง และคิดว่าไม่น่าใช่พฤติกรรมของพระสงฆ์ตามปกติจึงได้โพสต์เตือนประชาชน

ส่วนอีกราย ก็เจอเหมือนกัน แต่เป็นคนละพื้นที่ โดยเล่าว่า เตือนภัยครับ เจอมากับตัวเองนะครับ ผมเดินทางไปเที่ยวอ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ขาไปขับรถไปใกล้ถึงเขตอ.ไทรโยค (ช่วงที่สองข้างถนนแทบไม่มีบ้านคนหรือร้านค้าอะไรเลย) ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ได้เห็นพระ 3 รูป (ไม่รู้พระจริงหรือปลอม) โบกรถแล้วทำมือ ทำท่ายกแก้วกินน้ำ เพื่อทำให้เราเข้าใจว่าท่านหิวน้ำ

พอดีในรถมีแต่น้ำที่เปิดกินแล้ว ผมเลยขับเลยไปประมาณ 1 กม. เจอร้านค้าเล็กๆ เลยแวะซื้อน้ำเปล่า 6 ขวด สปอนเซอร์ อีก 3 ขวด และวนรถกลับมา ตั้งใจเอาน้ำมาถวาย พอถวายน้ำเสร็จ พระก็ให้พร และชวนคุยถามนั่นนี่แล้วก็บอกว่ากำลังจะไปจ.ชัยนาท ไหน ๆโยมก็มีจิตใจเมตตาแล้วก็อยากจะให้โยมช่วยบริจาคปัจจัยเพื่อเป็นค่ารถ

ในใจก่อนหน้านี้ ก็กะว่าจะถวายปัจจัยให้อยู่แล้ว เพราะคิดว่าท่านคงไม่มีเงิน เพราะเดินผ่านร้านค้ามาแล้ว ถ้าท่านมีเงินคงซื้อน้ำกินเอง ก็เลยหยิบเงินถวายไป 100 บาท แล้วก็กลับรถมุ่งหน้าต่อ พอขับมาได้ซักประมาณไม่ถึง 5 กม. ขับมาเจอพระอีก 2 รูป ทำท่าเดิม พอดีแวะเติมน้ำมันมา ได้น้ำฟรีมาขวดนึง ผมก็เลยให้น้องลงเอาน้ำไปให้แล้วผมก็ถ่ายรูปไว้

สรุปว่าพูดเหมือนกันเลย คือขอเงินค่ารถ พอได้ยินปุ๊บเราก็รู้ทันทีเลยว่า ไม่ใช่แล้ว พระปลอมแน่ ๆ แต่น้องดันมือไว หยิบเงินให้ไปอีก 40 บาท ห้ามไม่ทัน แถมพระทำหน้าเหมือนไม่พอใจกับเงินแค่ 40 แล้วก็ขับรถออกมา เริ่มคุยกันในรถว่า พระปลอมแน่ ๆ แต่ก็คิดซะว่าทำทานไป ระหว่างทาง ก็เจออีก ทำท่าเดียวกัน คือยกมือทำท่ากินน้ำ เราก็เลยมั่นใจทันทีเลยว่าเจอมิจฉาชีพหลอกแน่นอน

เลยอยากจะฝากเตือนเพื่อน ๆที่ไปเที่ยวตามต่างจังหวัด ถ้าเจอ พระโบกรถทำท่าขอน้ำดื่ม ไม่ต้องจอดนะครับ ขับไปเลยไม่ต้องสงสาร หรือถ้าทำใจที่จะขับเลยไปไม่ได้จริงๆ เพราะบางทีก็อาจจะเป็นพระจริง ๆ ก็ได้ เราก็แค่จอดถวายน้ำ แต่ถ้ามีการเอ่ยปากขอเงินเมื่อไหร่ ให้รู้ตัวได้เลย ว่าพระปลอมแน่นอน...

ผู้เขียนก็เคยเจอแบบนี้ เห็นพระธุดงค์ประมาณ 10 รูป เดินอยู่ริมถนนเลยวัดเสือหลวงตามหาบัวไปนิด เจอรถผ่านแล้วทำท่ายกแก้วดื่มน้ำ ท่ามกลางแดดกำลังร้อนจัด ส่วนใหญ่รถไม่จอด

แต่เรานักบวชเก่า คิดว่าการทำบุญกับพระปฎิบัติธรรม สุปฎิปันโน บุญคงถึงพร้อมเพราะเจอ “นาบุญ” ขนานแท้ จอดรถ แถวนั้นไม่มีร้านค้า ถวายเงินไป 100 บาท เพื่อให้ท่านไปซื้อข้างหน้า เมื่อรูปอื่น ๆ รู้ว่าเราถวายเงิน ก็เดินมารุมขอกันด้วย แม้เราจะอ้างว่า 100 บาทพอแล้ว ท่านอ้างว่าจะไปสังขละบุรี เป็นศิษย์สายหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน  สุดท้ายเตือนท่านไปว่า “ผมก็เป็นมหานะครับ พระคุณเจ้าทำแบบนี้ไม่ดี เพราะมันจะทำให้ภาพพจน์พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์เสียหาย..”

ฤดูกาลออกพรรษาแบบนี้พระสงฆ์ท่านชอบออกป่า ออกธุองค์ พวกเราในฐานะพุทธบริษัทมีหน้าที่ปกป้องรักษาพระพุทธศาสนา หากเจอพระแบบนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จริงหรือปลอม แต่ส่วนใหญ่ชาวพุทธที่เจอประสบการณ์แบบนี้ฟันธงไปแล้ว พระปลอม เพราะหากเป็นพระธุดงค์จริง ๆ ก่อนออกจากที่พักพระคุณเจ้าคงเตรียมการเอาไว้พร้อมแล้ว หากเจอพระปลอมจริง ๆ คงต้องไปแจ้งตำรวจ แจ้งพระสงฆ์ในพื้นที่ แต่อย่างว่าบางคนกำลังขับรถกลับบ้าน เดินทางไปกับครอบครัวเพื่อไปท่องเทียว ทำให้เสียเวลา บางคนคิดว่าผ่าน ๆไป ได้แต่ตักเตือนกันแบบสื่อออนไลน์แบบนี้

องค์กรพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ผู้เขียนเชื่อว่า ส่วนหนึ่งสังคมคาดหวังต้องการให้..ขจัดพระปลอมออกจากพระจริง ต้องตักเตือนพระจริงแต่มีพฤติกรรมที่เป็นโลกวัชชะให้เป็นสุปฎิปันโน ไม่อย่างนั่นชาวบ้านไม่รู้จะไปพึ่งใคร เดียวจะมีคำถามขึ้นมาอีกว่า พระวินยาธิการ มีไว้ทำไม !!