เขี้ยวหมีแกะเสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี

  • วันที่ 16 มิ.ย. 2562 เวลา 21:23 น.

เขี้ยวหมีแกะเสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

“ อ้าปาก ตากลม หูตั้ง บั้งหน้าขน” คือคำกล่าวถึงเครื่องรางของ หลวงพ่อนก วัดสังกะสี เครื่องรางของท่านนิยมใช้เขี้ยวหมี แกะเป็นรูปเสือ เสือของหลวงพ่อนกจัดอยู่ในหนึ่งในเบญจภาคีเครื่องรางที่แกะเป็นรูปเสือ และแน่นอนที่สุดอันดับหนึ่งย่อมเป็นเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (คลองด่าน)ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่าน

มาดูเครื่องรางเสือหลวงพ่อนกชิ้นนี้ ความเก่าปรากฏชัดเจน มีร่องรอยผ่านการใช้งาน ส่วนที่โดนสัมผัสก็เปลี่ยนแปลงไป มีสีสันเข้มขึ้น เน้นให้เห็นการจารเส้นยันต์ของท่านซึ่งเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เสมือนหนึ่งเป็นลายเซ็น ซึ่งเป็นจุดพิจารณาแยกแยะระหว่างของแท้กับของเลียนแบบอีกด้วยและที่สำคัญในด้านพุทธคุณของเขี้ยวแกะเสือของหลวงพ่อนกนั้น ขึ้นชื่อเลยว่าใครมีบูชาไว้ในบ้าน สามารถป้องกันคุณไสยต่างๆได้เป็นอย่างดี

มาดูรูปแบบของเขี้ยวหมีคือ ปลายล่าง(โคนเขี้ยว)จะมีเส้นวงแหวนปรากฏอยู่ เนื้อเขี้ยวแห้งเก่าไม่ฉ่ำเหมือนเขี้ยวเสือ เสือของหลวงพ่อนกนั้น รูปแบบจะเหมือนกันคือ เป็นเสืออ้าปาก มีริมฝีปาก ฟันเรียงเป็นซี่ เขี้ยวจะอยู่ด้านในสุด ถ้าองค์ไหนมีจารยันต์องค์พระ(เหมือนตุ๊กตา) ค่านิยมจะสูงขึ้น ยิ่งมีจารหลายองค์ค่านิยมก็สูงขึ้นตามส่วนถือเป็นพิมพ์นิยม ที่สำคัญคือต้องจดจำลายมือของหลวงพ่อให้ได้เพราะท่านจะจารเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามได้สัดส่วน

จุดพิจารณาแยกแยะระหว่างของเขี้ยวหมีกับเขี้ยวเสือนั้นเขี้ยวหมีเมื่อดูเผินๆทั่วไปจะคล้ายเขี้ยวเสือ คือมีความเรียว โค้งยาว ปลายแหลมคม เขี้ยวหมีจะมีโคนเขี้ยวอ้วนป้อม และส่วนที่เป็นเขี้ยวจะเว้างุ้มเข้าในมากและจะมีเส้นเลือดเป็นลายเหมือนวงแหวนในตัวเขี้ยวจากปลายเขี้ยวเข้ามาด้านใน ซึ่งเราสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนและเขี้ยวหมีก็มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ขึ้นอยู่กับขนาดตัวหมีเช่นกัน เมื่อลองนำเขี้ยวหมีมาตัดผ่าครึ่ง ก็พบรูกลวงโปร่งเช่นเดียวกันเหมือนกับเขี้ยวเสือ แต่รูของเขี้ยวหมีจะเป็นลักษณะวงรีและกว้างกว่ารูของเขี้ยวเสือมาก

เขี้ยวเสือก็เช่นกันมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดของตัวเสือ เขี้ยวจะยาว เรียว ปลายแหลมคม โค้ง เมื่อสังเกตุจากปลายเขี้ยวจะเห็นเป็นร่องเล็ก อยู่แถบบางเขี้ยวก็มีมีหนึ่งร่อง บางเขี้ยวก็สองร่อง ทั้งสองข้าง วิ่งเป็นแนวร่องเข้ามายังตัวเขี้ยวชัดเจน เราเรียกกันว่าร่องเส้นเลือด ซึ่งร่องเลือดนี้เขี้ยวหมีจะไม่มีปรากฏ

และถ้านำเขี้ยวเสือมาตัดแบ่งครึ่ง เราจะเห็นรูตรงกลางเป็นรูกลวงโปร่งไปสุดโคนเขี้ยว ซึ่งจะมีลักษณะกลม หรือกลมรีเล็กน้อย และจะมีเส้นลายรอบปากรูเขี้ยว(เทียบเคียงเหมือนลายที่รอบหน้าตัดของงาช้าง อันเป็นลักษณะเฉพาะที่มีในเขี้ยวสัตว์แต่ละประเภท)ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน

เครื่องรางที่แกะเป็นรูปเสือนั้น มาจากความเชื่อและศรัทธาว่าคุณวิเศษของเสือ เป็นเจ้าป่า เสียงคำรามก้องไพรเป็นมหาอำนาจแห่งพงไพร เมื่อมาทำเป็นเครื่องรางย่อมดีทางมหาอำนาจ หากินเก่งเหมือนเสือ หากินคล่องเพราะคล่องแคล่วดุจพญาแห่งพงไพร มีเมตตามหานิยมเสมือนบารมีของเจ้าแห่งพงไพร แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี มหาอุด เรียกได้ว่าครบเครื่อง

โบราณนั้นมีความเชื่อว่า ถ้าอาจารย์องค์เดียวกันสร้างเครื่องรางแต่ละชนิดจากเขี้ยวเสือ เขี้ยวหมี และเขี้ยวหมูนั้น เขี้ยวเสือจะได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่ง ถัดมาก็คือ เขี้ยวหมี และเขี้ยวหมู ตามอันดับ

ด้านลักษณะคำเฉพาะของเครื่องรางแต่ละชนิดนั้น เต็มเขี้ยว คือเขี้ยวที่ถูกถอนออกจากเหงือกทั้งอัน ซึ่งยังมีปลายเขี้ยวแหลมยาวเห็นเป็นรูปเต็มเขี้ยวอยู่ เช่นเขี้ยวหมีแกะเสือของหลวงพ่อนก วัดสังกะสี เป็นต้น ด้านลักษณะของครึ่งเขี้ยวนั้นคือ เขี้ยวที่ถูกถอนออกจากเหงือกทั้งอัน แล้วนำมาผ่าแบ่งครึ่ง และเอาครึ่งแถบที่เป็นรากเขี้ยวมาแกะ เช่น เขี้ยวเสือชองหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย สมุทรปราการเป็นต้น

ด้านลักษณะของเขี้ยวซีก หมายถึง การเอาเขี้ยวทั้งอันมาผ่าแบ่งเป็นชิ้นแล้วแต่ขนาดของเขี้ยวนั้นมีความใหญ่ขนาดไหนแล้วนำมาผ่าให้เหมาะสม เสร็จแล้วนำมาแกะเป็นเครื่องรางเช่น เสือเขี้ยวซีก หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย หรือ เสือเขี้ยวแกะหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว,เสือของอาจารย์เฮง วัดเขาดิน, เขี้ยวเสือแกะ หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ เป็นต้น

หลวงพ่อนก วัดนาคราช (วัดสังกะสี) อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ท่านอุปสมบทที่ วัดมงคลธาวาส (วัดบางเหี้ย) โดยมี หลวงพ่อปานพระอาจารย์ ผู้เป็นตำนานสุดยอดเครื่องรางอันดับหนึ่งของเมืองไทย เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้การถ่ายทอดวิทยาคมโดยเฉพาะวิชาการสร้างเสือ จากหลวงพ่อปานครบสูตร จนกระทั่งหลวงพ่อปานเอ่ยปากชม ว่าหลวงพ่อนก สำเร็จวิชาสร้างเสือ สามารถสร้างได้เทียบเท่าท่าน เครื่องรางของหลวงพ่อนกถึงได้โด่งดังเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากในปัจจุบัน

 

ข่าวอื่นๆ