
นราธิวาสยกระดับกฎอัยการศึก ปิดล้อมตรวจค้น-ใช้อาวุธเมื่อถูกคุกคาม
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกคำสั่งเพิ่มความเข้มด้านความมั่นคงทั่วจังหวัด ให้อำนาจทหารตั้งด่าน ค้นเคหสถาน จับกุม กักตัว และใช้อาวุธเมื่อเผชิญภัย
KEY
POINTS
- หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยกระดับมาตรการความมั่นคงโดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก
- ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในการตั้งจุดตรวจ ค้นยานพาหนะและเคหสถาน รวมถึงจับกุมและกักตัวผู้ต้องสงสัย
- เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธได้ตามความจำเป็นและความได้สัดส่วน เมื่อพบผู้ก่อเหตุที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตราย
วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงทั่วจังหวัด โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตั้งจุดตรวจ ค้นยานพาหนะและเคหสถาน รวมถึงจับกุมและกักตัวบุคคลต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบ
มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 131/2567 ลงนามโดย พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 11 และมาตรา 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457
คำสั่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถตั้งจุดตรวจค้นบนเส้นทางสาธารณะ ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย และค้นเคหสถานที่มีเหตุเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ ตลอดจนจับกุมและกักตัวบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยได้ตามอำนาจกฎหมาย
ส่วนการตรวจค้นและจับกุม ให้ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังของกองทัพไทย โดยเจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธได้เมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพล ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนกับสถานการณ์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารยังสามารถใช้อำนาจสั่งห้าม จับกุม กักตัว และดำเนินมาตรการอื่นตามความเหมาะสม เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของฝ่ายทหารในภารกิจด้านการยุทธ์ การระงับเหตุ และการรักษาความสงบเรียบร้อย
คำสั่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายกระชับพื้นที่ กดดันและติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดนราธิวาส







